ูรินะนึกถึงฝันร้ายเมื่อคืน ในใจเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ เธอเงยหน้าขึ้นมองคิน “พี่คิน ไม่ต้องห่วงฉันหรอกค่ะ รีบไปช่วยคุณพ่อของฉันเถอะ”คินหันไปมองหลินชีเยี่ย อีกฝ่ายพยักหน้าให้เขา“งั้นฉันไปล่ะ พวกนายช่วยดูแลยูรินะด้วย……”สิ้นเสียง คินก็กลายเป็นประกายสีทองเลือนหายไปในอากาศหลินชีเยี่ยมองอีกฝ่ายที่หายไป ครู่หนึ่งต่อมา เขาก็ยื่นมือไปหายูรินะที่นั่งยองๆ อยู่บนพื้น เขาส่งยิ้มพลางพูดว่า“ไปกันเถอะ เรากลับบ้านกัน”……โตเกียวภายใต้เงาเมฆฝนสีดำทะมึน เมืองที่ทันสมัยแห่งนี้ส่องประกายระยิบระยับ เสียงรถยนต์ดังขวักไขว่ผสานกับเสียงฟ้าร้อง สะท้อนผ่านกระจกของตึกระฟ้า สามารถมองเห็นแสงสีฟ้าที่แล่นไปมาในกลุ่มเมฆได้อย่างชัดเจนเมื่อเห็นว่าฝนกำลังจะตก ผู้คนสัญจรบนถนนก็รีบเร่งฝีเท้า ทันทีที่สัญญาณไฟแดงเริ่มกะพริบ ก็มีคนจำนวนมากเดินข้ามถนน รีบมุ่งหน้ากลับบ้านสัญญาณไฟเขียวบนถนนลาดยางสีเข้ม เหลือเพียงชายคนหนึ่งยืนอยู่ที่นั่นเขาสวมสูทสีดำมันวาว ผมถูกหวีอย่างเรียบร้อย ในกระเป๋าเสื้อมีดอกกุหลาบแดงเหี่ยวเฉาดอกหนึ่ง ลมหนาวพัดผ่าน พัดกลีบกุหลาบดอกนั้นปลิวไปบางส่วนข้างเอวของเขา มีดาบสี่เล่มผู้คนสัญจรต่างพากันมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวง เดินอ้อมชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว กลัวว่าเขาจะเป็นคนบ้าที่พกดาบมาเดินถนนบางคนถึงกับหยุดเดิน แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรแจ้งตำรวจ ไม่นานนัก เสียงไซเรนก็ดังแว่วมาจากปลายถนนแต่ชายคนนี้กลับไม่สนใจส