“จริงสิ ถ้านายมาที่นี่ เจียงเอ่อร์ก็น่าจะมาด้วย” เฉาเยวียนคิดได้ดังนั้นก็รู้สึกผ่อนคลายลง “เธอไม่มีตัวตน แม้จะใช้ผนึกต้องห้ามก็ไม่มีทางถูกตรวจพบ ในสถานที่แบบนี้นับว่าเป็นสวรรค์ของเธอเลยทีเดียว…”อันชิงอวี๋กวาดตามองเฉาเยวียน สายตาหยุดลงที่โซ่ตรวนเรืองแสงสลัวที่พันธนาการเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย“โซ่ตรวนพวกนี้……”โซ่ตรวนลึกลับเหล่านี้แทงทะลุร่างของเฉาเยวียน ฝังลึกลงไปถึงกระดูก จำกัดการเคลื่อนไหวของเขาไว้ทั้งหมด ไม่อาจขยับเขยื้อนได้ แสงสลัวบนผิวโซ่ที่สัมผัสกับกระดูกของเขาก็เปรียบเสมือนกรดกัดกร่อน บริเวณโดยรอบเป็นแผลเหวอะหวะน่ากลัวในสายตาของอันชิงอวี๋ แสงสลัวเหล่านั้นกำลังกัดกินร่างของ เฉาเยวียนอย่างช้าๆ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีเปลวไฟสีดำเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนร่างกายของเฉาเยวียน คอยต่อต้านแสงสลัวเหล่านั้น ขัดขวางไม่ให้มันแพร่กระจายไปมากกว่านี้“พวกมันกำลังกัดกินกระดูกของฉัน แต่นี่เป็นพลังของราชันทมิฬล้างผลาญที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ฉันพอจะต้านทานมันได้ ไม่ถึงตายหรอก” เฉาเยวียนพูดด้วยสีหน้าซีดเผือด แต่ยังฝืนยิ้มออกมาได้“นายไม่เจ็บเหรอ?” อันชิงอวี๋ขมวดคิ้วมุ่น มองเข้าไปในดวงตาของเฉาเยวียนกระบวนการนี้ฟังดูเหมือนง่าย แต่ความจริงแล้วความเจ็บปวดที่แฝงอยู่ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทนได้ เหมือนกับมีคนกำลังใช้สิ่วขูดกระดูกของเขาอย่างช้าๆ ทีละนิดๆ ซ้ำๆ อยู่แบบนั้นตลอดเวลา ความเจ็บปวดนี้มันช่างยาว