เมื่อยูรินะจูงมือลุงเคียวซูเกะกลับมาที่รถ น้ำตาก็เอ่อขึ้นจนดวงตาแดงก่ำลุงเคียวซูเกะได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เธอฟังแล้ว ว่าที่ผ่านมาต้องปิดบังตัวเองและเรื่องราวต่างๆ ไว้เพราะไม่อยากให้ยูรินะต้องเข้ามาพัวพันกับความวุ่นวาย แต่ในเมื่อตอนนี้ยูรินะได้ชักดาบ [ชิสึรุ] ออกมา กลายเป็นผู้ต้องหาระดับ‘ปีศาจร้าย’ และเป็นเจ้าของดาบมากาตสึไปแล้ว บางสิ่งบางอย่างจึงเป็นเรื่องที่เธอไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไปการบอกเล่าทุกอย่างให้เธอรับรู้ จึงเป็นผลดีกับตัวเธอเองมากกว่า“ปะป๊าคะ ร้านพังไปแล้ว โดทงโบริก็พังไปหมด ต่อไปเราจะไปอยู่ที่ไหนกันดีคะ?” ยูรินะมองไปรอบๆ โดทงโบริที่ถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง ไม่หลงเหลือความคึกคักและความสนุกสนานเหมือนก่อนหน้านี้ เธอหันไปมองลุงเคียวซูเกะอย่างเคว้งคว้างหากเป็นก่อนหน้านี้ การถูกทำลายของต้นไม้ราตรีคลับคงทำให้ยูรินะเสียใจมาก แต่ตอนนี้เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดมากนัก เพราะเธอได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของลุงเคียวซูเกะแล้ว สำหรับเธอในตอนนี้ ไม่ว่าที่ไหน หากมีลุงเคียวซูเกะและพี่ชายคนอื่นๆ อยู่ ที่นั่นก็คือต้นไม้ราตรีคลับร้าน… ดูเหมือนจะไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วลุงเคียวซูเกะจมอยู่ในความเงียบงัน มองไปยังมุมที่ต้นไม้ราตรีคลับเคยตั้งอยู่ ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังแม้เสิ่นชิงจู่จะฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออก แต่ด้วยประสบการณ์และความสามารถในการสังเกตการณ์ที่ฝึกฝนมาหลายปี เขาก็พอจะเดาสถานการณ