วิญญาณของซามุกาวะ สึคาสะที่อยู่แทบเท้า มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย“ฉันปล่อยนายไป แต่มีคนที่ไม่ยอมปล่อยนาย……”อามามิยะ ฮารูกิเหลือบมองรอยยิ้มของหลินชีเยี่ย ก่อนจะหันไปมองเสิ่นชิงจู่ที่ถือปืนสไนเปอร์อยู่ไกลๆ ด้วยสีหน้าแปลกใจเขาคิดว่าหลินชีเยี่ยจะปล่อยซามุกาวะ สึคาสะไปจริงๆ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิด……ผู้บุกรุกไม่เคยเป็นคนใจดีอยู่แล้ว“เรื่องที่เขาพูดมา คุณคิดยังไง?” หลินชีเยี่ยหันมาถามอามามิยะ ฮารูกิ“มันไม่เหมือนเรื่องโกหก แต่ผมรู้สึกว่า……มีอะไรบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล” อามามิยะ ฮารูกิคิดอยู่ครู่หนึ่ง“แม้แต่ผู้นำรุ่นแรกของตระกูลซามุกาวะก็ไม่น่าจะรู้เรื่องของยูริ โคกูเท็ตสึ และถ้าเขาต้องการเลือดราชาจริง ทำไมถึงไม่พูดถึงยูรินะ?”หลินชีเยี่ยครุ่นคิดจริงจังอยู่นาน “คุณจำได้ไหม ในคำทำนายพูดถึง ‘การหลุดพ้นจากกับดัก’ ?”“อืม”“มีความเป็นไปได้ไหม……” หลินชีเยี่ยพูดช้าๆ “ว่าจดหมายฉบับนั้น ผู้นำตระกูลซามุกาวะจะไม่ได้เขียน?”“จริงด้วย ถ้าผู้นำตระกูลซามุกาวะเขียนจริงๆ ก็มีหลายอย่างที่อธิบายไม่ได้” อามามิยะ ฮารูกิคิดสักครู่ “แต่ถ้าไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใคร? คนที่รู้เรื่องของยูริ โคกูเท็ตสึมีไม่มากนัก……”“ลองคิดแบบกล้าๆ สักหน่อย” หลินชีเยี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย “ถ้าคำทำนายเป็นความจริง และยูริ โคกูเท็ตสึยังไม่ตาย เป็นไปได้ไหมว่าจดหมายฉบับนั้นเขาส่งมาเอง?”“เป็นเขาที่ส่งจดหมายมาให้ตระกูลซามุกาวะด้วยตัวเอง? เพื่ออะไรกัน? เพื