ม่สนใจการเป็นโฮสต์เลยนะ?” หลินชีเยี่ยเห็นว่าทุกครั้งที่ทำงาน คินมักจะดูเฉื่อยชา จึงถามด้วยความสงสัย“นายเดาถูกแล้ว” คินยิ้มอย่างจนใจ “ฉันไม่ชอบเป็นโฮสต์เลยสักนิด……การเป็นโฮสต์ต้องเอาใจแขกสารพัดแบบมันวุ่นวาย”“แล้วทำไมนายถึงยังอยู่ที่นี่ล่ะ?”คินเอียงคอครุ่นคิดแล้วตอบว่า “เพราะลุงเคียวซูเกะ……เขาเป็นคนสำคัญสำหรับฉัน เขาเชื่อว่าฉันเป็นโฮสต์ได้ฉันก็เลยทำตาม”“……”หลินชีเยี่ยและอามามิยะ ฮารูกิสบตากัน ต่างเห็นความจำนนในสายตาของอีกฝ่ายอีกหนึ่งเด็กหนุ่มไร้เดียงสาที่ถูกหลอก……ทั้งสามเดินเล่นไปตามท้องถนนท่ามกลางสายตาของผู้คน จนกระทั่งคินเดินเข้าไปในร้านขายโมเดลแล้วไม่ยอมออกมา สุดท้ายก็เหลือแค่หลินชีเยี่ยกับอามามิยะ ฮารูกิที่เดินเล่นกันต่อ หลังจากถูกจ้องมองมานาน หลินชีเยี่ยก็เริ่มด้านชา เขาเริ่มผ่อนคลายและสังเกตสิ่งรอบข้าง มากขึ้น“ตอนนี้กี่โมงแล้ว?”“สองทุ่มครึ่ง อีกประมาณสิบนาทีงานดอกไม้ไฟก็จะเริ่มแล้ว”หลินชีเยี่ยครุ่นคิด “คำนวณเวลาแล้ว เสิ่นชิงจู่และคนอื่นๆ น่าจะเริ่มจัดวางกำลังคนแล้ว……พองานดอกไม้ไฟจบพวกเราก็หาข้ออ้างแยกตัวออกมา”“อืม”สิบนาทีต่อมาปัง!!เสียงกึกก้องดังสนั่นมาจากอีกฝั่งของแม่น้ำโยโดะ ดอกไม้ไฟดอกแรกพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอันมืดมิด แม้จะโดดเดี่ยวแต่กลับสว่างไสวอย่างน่าตื่นตา ก่อนจะแตกกระจายเป็นประกายระยิบระยับใต้ผืนฟ้ายามราตรีจากนั้น ดอกไม้ไฟมากมายก็ทยอยตามมาอย่างต่อเนื่อง ราวกับคลื่นแส