าเรื่องดาบมากาตสึให้เสิ่นชิงจู่ฟังไป อีกฝ่ายส่ายหน้า “ไม่มีของแบบนั้น……”หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ครุ่นคิดอย่างจริงจังที่นี่ไม่สามารถใช้ผนึกต้องห้ามได้ อามามิยะฮารูกิมีดาบมากาตสึอยู่ในมือ ตัวเขาเองก็มีเวทย์อัญเชิญติดตัว การป้องกันตัวไม่ใช่ปัญหา แต่เสิ่นชิงจู่ไม่มีวิธีการอะไรเลย หากเจอกับอันตราย อาจเกิดเรื่องได้ง่าย“ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน แก๊งเงามรณะมีอาวุธสงครามสะสมไว้มากมาย มีของพวกนั้นอยู่ ตราบใดที่ไม่เจอศัตรูที่เหนือชั้นเกินไป ฉันก็รับมือได้” เสิ่นชิงจู่ยกมือขวาขึ้น บนนั้นมีแหวนสีดำเปล่งแสงสลัว “ยิ่งไปกว่านั้น ฉันยังมีสิ่งนี้”[ดาบแยกวิญญาณ]หลินชีเยี่ยพยักหน้า ที่นี่สามารถใช้วัตถุต้องห้ามได้ตามปกติ เสิ่นชิงจู่มีวัตถุต้องห้ามคุ้มครองตัว บวกกับการคุ้มครองของแก๊งเงามรณะ น่าจะไม่มีปัญหาใหญ่พูดถึงวัตถุต้องห้าม……ในหัวของหลินชีเยี่ยผุดภาพของชายอ้วนคนหนึ่งขึ้นมาไอ้หมอนั่นซ่อนวัตถุต้องห้ามอันตรายสูงไว้มากมาย น่าจะเดินข้ามประเทศนี้ได้อย่างสบายๆ แล้วสินะ? ไม่รู้ว่าตอนนี้ไป๋หลี่พั่งพั่งอยู่ที่ไหน ทำไมถึงไม่มีข่าวคราวเลย……ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!เสียงเคาะประตูดังขึ้น คนทั้งสามในห้องหันไปมองพร้อมกัน“พวกเขามาแล้ว” เสิ่นชิงจู่เอ่ยขึ้นเขาพาคนสองคนเข้ามาในห้องทำงาน ลูกน้องเห็นกันไม่น้อย คิดดูแล้ว อาซากุระเคนก็น่าจะมาดูสถานการณ์หลินชีเยี่ยคิดสักครู่ “งั้นฉันจะสอนประโยคภาษาญี่ปุ่นนายหนึ่งประโยค เดี๋ยวนายพูดแ