ใจหอบ ท่าทางร้อนรนอย่างอดทนไม่ไหว ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยบอสใหญ่คนนี้ช่างไม่ใช่คนดีเลย? ดูเหมือนถึงเวลาที่จะต้องลงมือทำให้เขาสลบแล้ว……ในตอนนั้นเอง หลินชีเยี่ยที่อยู่ข้างๆ ก็คว้าข้อมือของเขาไว้อย่างรวดเร็ว อามามิยะ ฮารูกิหันไปมองอย่างสงสัยเห็นดวงตาของหลินชีเยี่ยเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจอามามิยะ ฮารูกิ……?“ไม่คิดเลยว่าจะได้พบนายที่นี่” หลินชีเยี่ยมองเสิ่นชิงจู่ มุมปากยกขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ พูดเป็นภาษาที่อามามิยะ ฮารูกิไม่เคยได้ยินมาก่อนเสิ่นชิงจู่สงบอารมณ์ลงเล็กน้อย ยิ้มขื่นพลางเอ่ยว่า “ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน ฉันตามหาพวกนายมาหนึ่งปีเต็ม วันนี้พอเปิดประตูปุ๊บ นายก็ปรากฏตัวต่อหน้าฉันเลย……อ้อ แล้วทำไมนายถึงแต่งตัวแปลกๆ แบบนี้ล่ะ?”“อ๋อ เพราะงานน่ะ”เสิ่นชิงจู่พยักหน้า มองไปที่อามามิยะ ฮารูกิอย่างสงสัย แล้วหันไปมองหลินชีเยี่ย“คนนี้เป็นพวกเดียวกับเรา”หลินชีเยี่ยแนะนำอามามิยะ ฮารูกิอย่างสั้นๆ อีกฝ่ายมองหลินชีเยี่ยอย่างงุนงง แล้วหันไปมองเสิ่นชิงจู่ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลินชีเยี่ยเปลี่ยนไปพูดภาษาญี่ปุ่น แนะนำเสิ่นชิงจู่ให้อามามิยะ ฮารูกิรู้จัก สายตาของอามามิยะ ฮารูกิที่มองเสิ่นชิงจู่ก็เต็มไปด้วยความซับซ้อนทันที‘บอสใหญ่ของแก๊งเงามรณะแห่งคันไซ กลับเป็นผู้บุกรุกงั้นเหรอ?’‘เขาก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งสูงขนาดนี้ได้ยังไงกัน?’หลังจากความเข้าใจผิดได้รับการแก้ไข ทั้งสามคนก็ผ่อนคลายลงอย่างสมบูรณ์ นั่งล