ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าประหนึ่งอสนีบาตฟาดลงกลางใจของเย่ชิงอวี๋
มันทำให้นางสมองว่างเปล่ามึนงง ประหนึ่งถูกฟ้าผ่าลงกลางกระหม่อมก็มิปาน
“ศิษย์พี่เมิ่ง หรือว่าท่านปิดบังระดับพลังเอาไว้ จริง ๆ แล้วท่านอยู่ระดับหนิงตานใช่หรือไม่?”
เย่ชิงอวี๋ถามออกมาด้วยความมึนงง
ว่ากันตามตรง ยามนี้นางเริ่มสติเลอะเลือนไปบ้างแล้ว
นางกล่าวไปตามสัญชาตญาณ เพราะนางเชื่อว่าเมิ่งฝานต้องเป็นผู้บำเพ็ญระดับหนิงตันแน่นอน
นี่คือเหตุผลเดียวที่นางพอจะจินตนาการได้ในยามที่เร่งรีบเช่นนี้
“ข้าอยู่ระดับไหนมิใช่ประเด็น ประเด็นคือเหตุใดเจ้าถึงตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถเช่นนี้?”
เมิ่งฝานขมวดคิ้ว จ้องมองเย่ชิงอวี๋ที่โชกไปด้วยเลือดในสภาพน่าเวทนา ในใจบังเกิดความสงสารขึ้นมา
โดยเฉพาะบาดแผลบริเวณหน้าท้องของนาง ที่ยามนี้เลือดยังคงไหลซึมออกมาไม่หยุด
เมิ่งฝานวางมือลงบนหน้าท้องของเย่ชิงอวี๋โดยมิเกรงกลัวคราบเลือดที่ติดมือ และเริ่มเดินลมปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บให้นาง
ความจริงเขาหาได้มีความรู้เรื่องการรักษาพยาบาลไม่ ทว่าหากเป็นการใช้ปราณแท้เพื่อปิดกั้นแผลและห้ามเลือด เขายังพอทำได้
และเขาก็ทำได้เพียงเท่านี้จริง ๆ