แน่นอนว่าเขาไม่พบอะไรเลยการหลบเลี่ยงกล้องวงจรปิดกลายเป็นสัญชาตญาณที่ฝังอยู่ในกระดูกของเสิ่นชิงจู่ไปแล้ว แม้ว่าผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์นั้นจะค้นหากล้องวงจรปิดทั่วบริเวณ ก็ไม่มีทางพบร่องรอยของเขาได้ ราวกับว่าเขาระเหยหายไปจากโลกนี้ในขณะนี้ เสิ่นชิงจู่นั่งรถบรรทุกออกจากโยโกฮาม่าไปแล้วเมื่อรถบรรทุกหยุด เสิ่นชิงจู่กระโดดลงจากรถ เขาได้มาถึงเกียวโตแล้วสำหรับเสิ่นชิงจู่แล้ว เกียวโตดูไม่ต่างจากโยโกฮาม่าสักเท่าไหร่ ล้วนเป็นเมืองที่ทันสมัย และใช้ภาษาที่เขาไม่เข้าใจหากจะบอกว่ามีอะไรต่างกัน อาจจะเป็นที่นี่ผู้คนมีสำเนียงหยาบกร้านกว่าเล็กน้อยเสิ่นชิงจู่เดินเที่ยวรอบเกียวโตเกือบครึ่งค่อนวัน จนเริ่มรู้สึกหิว จึงมองหาอาหารในละแวกนั้นตอนนั้นเป็นเวลาดึก เขาเพิ่งเดินมาถึงปากซอยเปลี่ยว ก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งถือกระบองและมีดกำลังต่อสู้กัน แบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเป็นชายฉกรรจ์ที่มีรอยสักรูปเสือ มีจำนวนมากกว่าและยังพกอาวุธ อีกฝ่ายมีแค่สองคน กำลังต่อสู้กับอีกฝ่ายด้วยมือเปล่าจะเรียกว่าต่อสู้ก็คงไม่ถูกนัก เพราะฝ่ายที่มีคนน้อยกว่ากำลังถูกซ้อมอยู่ฝ่ายเดียวชายสองคนนั้นถูกทุบตีจนเลือดอาบ นอนอยู่บนพื้น อีกฝ่ายล้อมรอบพวกเขาไว้ ทั้งหัวเราะเยาะและพูดอะไรบางอย่างทันใดนั้น พวกเขาเห็นเสิ่นชิงจู่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ที่ปากซอย“เฮ้ย! ไอ้หนู แกมองอะไร?! อยากโดนด้วยหรือไง?!”“ไอ้เด็กขนยังไม่ขึ้น ดึกดื่นป่านนี้ยังเดินเพ่นพ่านอยู่ข้างนอก?