อยากตายหรือไง?”“เอาไงดี? ปล้นมันด้วยเลยไหม ดูมันอ่อนแอขนาดนั้น พวกเราจะได้มีเงินติดกระเป๋าบ้าง!”ในสายตาของเสิ่นชิงจู่ คนพวกนั้นยืนพูดจาพึมพำกับเขา แล้วหัวเราะเยาะพร้อมถืออาวุธเดินเข้ามา เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จากสายตาของพวกนั้น เสิ่นชิงจู่รู้สึกได้ถึงความเป็นปรปักษ์เสิ่นชิงจู่ที่ตั้งใจจะเดินจากไป จึงเปลี่ยนใจเขาหรี่ตามองพวกนั้น ดวงตาเปล่งประกาย ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างเขาอยากไปกินข้าว แต่ไม่มีเงินติดตัว……พวกนี้น่าจะมีเงินไม่น้อยสินะ?อีกอย่าง ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนดี ปล้นพวกมันเลย ก็ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรก็ไม่รู้ว่าเงินที่พวกเขามีติดตัวจะพอกินได้กี่มื้อ?เสิ่นชิงจู่มองผู้คนที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะ เขายื่นนิ้วมือขวาออกไปชี้ทีละคนหนึ่ง สอง สาม……หก เจ็ด แปด“แปดคนเหรอ……” เสิ่นชิงจู่ตาเป็นประกาย เงินของแปดคน น่าจะพอใช้แล้วสินะ?เมื่อได้ยินคำว่า ‘แปดคน’ อย่างเลือนราง กลุ่มคนเหล่านั้นก็ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่แววตาจะลุกโชนด้วยความโกรธ“ไอ้หมอนี่กล้าด่าพวกเรา!!”“มันด่าว่าพวกเราเป็นไอ้โง่! ซัดมัน!” *[1]ชายฉกรรจ์แปดคนกรูเข้ามา ไม่ถึงสิบวินาที ก็ถูกเสิ่นชิงจู่ใช้มือเปล่าซัดจนล้มลงกับพื้นเสิ่นชิงจู่ไม่ได้ใช้ผนึกต้องห้าม จากประสบการณ์ครั้งก่อน เขาพอจะเดาได้คร่าวๆ ถึงกฎเกณฑ์ของที่นี่ ด้วยความระมัดระวังในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย หากไม่จำเป็นจริงๆ เขาจะไม่เสี่ยงใช้ผนึกต้องห้ามอีกเขาจุดบุหรี่อย่างใจเ