ในยามนี้แม้เขาทั้งสองจะไม่มีพลุสัญญาณ แต่ปราณกระบี่ค้ำฟ้าสายหนึ่งย่อมเป็นการระบุตำแหน่งที่ดีที่สุด!
จากนั้นทั้งสองก็แยกย้ายกันมุ่งหน้าไปคนละทิศละทาง โดยนัดแนะกันว่าเมื่อฟ้ามืดให้กลับมาสมทบกันที่จุดเดิม
ว่ากันตามตรง การค้นหาเช่นนี้เป็นเพียงการวัดดวงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเมิ่งฝานหรือเย่ชิงอวี๋ ต่างก็มิได้คาดหวังว่าจะพบเจอสิ่งใดจริง ๆ
ทว่าบ่อยครั้งที่ ‘ความประหลาดใจ’ มักจะปรากฏขึ้นในยามที่มิได้ตั้งใจ
แน่นอนว่ามันอาจจะเป็น ‘ความตกตะลึง’ แทนก็ได้!
หนึ่งชั่วยามผ่านไป…
สองชั่วยามผ่านไป…
ในยามที่ขอบฟ้าเริ่มปรากฏแสงสายัณห์ ดวงตะวันจวนเจียนจะลับเหลี่ยมเขา เมิ่งฝานพลันเหลือบเห็นปราณกระบี่ขนาดมหึมาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในระยะไกล
ปราณกระบี่มหาดับสูญ!
มิต้องสงสัยเลย นี่คือปราณกระบี่ที่เย่ชิงอวี๋ฟันออกมา
เห็นได้ชัดว่านางต้องพบเจอสิ่งผิดปกติบางอย่าง จึงได้ส่งสัญญาณเรียกเขา
เมิ่งฝานมิกล้ารั้งรอ รีบโคจรปราณแท้ในร่าง ทะยานกายด้วยวิชาตัวเบา ‘หลิวซวี่สุยเฟิง’ มุ่งหน้าไปอย่างสุดกำลัง
เพราะนี่อาจมิใช่เพียงการเรียกหาธรรมดา แต่มันอาจเป็นการขอความช่วยเหลือก็เป็นได้!