…”คำพูดของอิวาไม ยูสึเกะยังไม่ทันจบ โทรศัพท์ก็ถูกตัดสาย เขายืนอยู่ตรงนั้นพร้อมโทรศัพท์ในมือ ด้านหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นราวกับรูปปั้นเป็นเวลานาน ใบหน้าซีดเผือดเริ่มมีสีเลือดฝาด เขาสูดหายใจลึก ดวงตาเปล่งประกายด้วยความโหดเหี้ยมเขาหันหลัง เดินไปยังโกดัง……หลินชีเยี่ยและหงเหยียนเดินมาถึงตรอกร้างที่ไร้ผู้คน ก่อนจะหยุดฝีเท้า“ตรงนี้แหละ หงเหยียน เธอช่วยดูรอบๆ ให้ฉันหน่อย อย่าให้ใครเข้ามาใกล้” หลินชีเยี่ยมองไปรอบๆ แล้วพูดกับหงเหยียนคนหลังพยักหน้า ใช้เท้าทั้งสองข้างเหยียบพื้นอย่างแรง ทั้งตัวก็กระโดดขึ้นไปสูงกว่าสิบเมตร ลงไปยืนบนชายคาของตรอก สังเกตรอบๆ อย่างระแวดระวังหลินชีเยี่ยหยิบชอล์กออกมาจากกระเป๋า หักมันออกเป็นสองท่อน ก้มตัวลงวาดบนพื้นผ่านไปสองสามนาที วงเวทย์อัญเชิญขนาดใหญ่และซับซ้อนก็ถูกวาดขึ้นมา ดูราวกับเป็นผลงานศิลปะที่สมบูรณ์แบบหลินชีเยี่ยโยนชอล์กทิ้งลงถังขยะ ค่อยๆ ย่อตัวลงตรงกลางวงเวทย์ วางฝ่ามือลงบนพื้น สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วถ่ายเทพลังจิตเข้าไป!แสงสีฟ้าจ้าวาบออกมาจากวงเวทย์!แม้แสงนี้จะสว่างจ้า แต่ก็ปรากฏเพียงชั่วขณะ เมื่อแสงจางหายไป สายตาน่าสะพรึงกลัวก็ทอดมาจากความว่างเปล่า เริ่มสำรวจบริเวณโดยรอบหลินชีเยี่ยยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นราวกับรูปปั้น ไม่ขยับเขยื้อนรอประมาณครึ่งนาที สายตานั้นก็ค่อยๆ หายไป หลินชีเยี่ยที่กลับมาเคลื่อนไหวได้ตามปกติเงยหน้าขึ้น เห็นว่าฝั่งตรงข้าม