จ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก!โชคดีที่โจวผิงมองเขาเพียงครึ่งวินาที ก่อนจะเบนสายตาไปมองคนอื่นๆ อย่างเฉยเมยเมื่อฟื้นคืนสติจากขุมนรกแห่งพลังกระบี่ ใบหน้าของเฮ่อซิ่งเหวินพลันซีดขาว หลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อรู้สึกว่าขาทั้งสองอ่อนแรง ร่างกายทรุดลงบนเก้าอี้ ราวกับสูญเสียเรี่ยวแรงทั้งหมดเมื่อทุกคนเห็นเฮ่อซิ่งเหวินทรุดลงไป ต่างก็ตระหนักว่าสถานการณ์ไม่ดีแล้ว นอกจากเส้าผิงเกอและผู้บริหารระดับสูงรุ่นเยาว์อีกคนหนึ่ง ล้วนไม่มีใครกล้ามองตาโจวผิงโจวผิงเอ่ยเสียงเรียบ “ผมจะถามอีกครั้ง……มีใครจะคัดค้านมั้ย?”ห้องประชุมเงียบกริบเฮ่อซิ่งเหวินที่เพิ่งถูกสายตาของโจวผิงทำให้เป็นอัมพาตไปครึ่งซีก ไม่มีเรี่ยวแรงจะอ้าปากพูด ส่วนผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ เมื่อเห็นเฮ่อซิ่งเหวินอยู่ในสภาพย่ำแย่เช่นนั้น ก็ล้มเลิกความคิดที่จะร่วมมือกับอีกฝ่ายไปโดยปริยาย เลือกที่จะนั่งเงียบๆ ไม่พูดอะไรออกมาโจวผิงพยักหน้า “งั้นก็ตกลงตามนี้”สิ้นเสียง เขาก็หันหลังเดินออกจากห้องประชุมจั่วชิงยืนงงอยู่กับที่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งสติได้ รีบวิ่งตามโจวผิงไปก่อนที่เขาจะมาร่วมประชุม จั่วชิงคิดไว้แล้วว่าพวกหัวรั้นอาจจะเล่นตุกติกกับเขา เขาจึงเตรียมแผนสำรองไว้ แต่ไม่คิดว่ายังไม่ทันได้ใช้แผนเหล่านั้น โจวผิงก็เข้ามาพูดเพียงสองประโยค ตำแหน่งรักษาการผู้บัญชาการใหญ่ของเขาก็ได้รับการอนุมัติแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงพวกผู้บริหารระดับสูง ทั้งสองเดินขึ้นไปบนดาดฟ้า จั