“โจวผิง ดีจริงที่นายไม่เป็นอะไร!”โจวผิงอึ้งไปนาน ดวงตาเผยแววขมขื่นเขาส่ายหน้า แล้วพูดว่า“พี่… ตอนนี้ ผมอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว”กวนไจ้ชะงักเท้าขวาของโจวผิงยกขึ้น ก้าวข้ามธรณีประตูของพระวิหารเบาๆ แสงกระบี่สายหนึ่งวูบผ่านแทบไม่สังเกตเห็นทะลวงผ่านมิติ ร่างทั้งร่างของเขาพลันหายวับไปจากที่เดิมกวนไจ้ยืนงงงันอยู่กับที่ หลังโจวผิงจากไป สายตาของเขาก็มองลอดผ่านประตูใหญ่ของพระวิหารเข้าไปข้างใน…ในพระวิหารอันสง่างามใหญ่โต เงาร่างของวีรบุรุษทั้งหกได้หายไปแล้ว เหลือเพียงพระพุทธรูปทองคำองค์หนึ่งที่หลับตายิ้มน้อยๆ นั่งนิ่งอยู่บนพื้น ไร้ซึ่งชีวิตชีวาแม้เพียงเล็กน้อยม่านตาของกวนไจ้หดเล็กลงฉับพลัน!…เมืองซีจินร้านอาหารบ้านๆ รสชาติอาสามร่างชุดดำก้าวออกมาจากความว่างเปล่า ยืนอยู่หน้าร้านอาหารพื้นเมืองเก่าๆ หลังเล็กนี้ร้านอาหารพื้นเมืองนี้ตั้งอยู่ริมตรอก ป้ายร้านเหลืองซีดเพราะแดดลมเป็นเวลานาน เมนูที่ติดอยู่หน้าร้านก็ขาดวิ่นแต่ชื่อเสียงของร้านนี้ในสายตาลูกค้าประจำยังถือว่าไม่เลว แม้ว่าจะอยู่ในทำเลที่ห่างไกล ก็ยังมีลูกค้าเต็มใจมาใช้บริการที่นี่เป็นครั้งคราวประตูร้านเปิดอ้า โจวผิงยืนอยู่ที่บันไดหน้าร้าน ได้ยินเสียงลูกค้าในร้านกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานชัดเจน พูดถึงเมื่อวานลูกของตัวเองได้รับรางวัลอะไรสักอย่างที่โรงเรียน… วันนี้อิฐที่หน้างานร้อนเป็นพิเศษ… วางแผนว่าอีกไม่กี่วันจะพาภรรยาและลูกไปกินร้านอาหารในใจกล