างเมือง น่าเสียดายที่ตอนนี้ในกระเป๋ายังไม่มีเงิน…กลิ่นอาหารหอมฟุ้งอยู่ในอากาศ ทั้งกลิ่นฉุนของพริกและกระเทียมผัด กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลกรวดในน้ำมันกลิ่นหอมน่ากินของหมูผัดหัวหอม……กลิ่นเหล่านี้ผสมปนเปกับคำพูดเล็กน้อยจากปากลูกค้า แผ่ซ่านกลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์และทำให้รู้สึกอุ่นใจนี่คือกลิ่นอายของร้านอาหาร นี่คือกลิ่นอายของโลกมนุษย์ที่นี่คือบ้านของเขาโจวผิงยืนอยู่ที่บันได มองดูอาสามที่กำลังวุ่นวายทำอาหารและเสิร์ฟอาหารในร้าน ในใจรู้สึกซับซ้อนและหนักอึ้งอาสามเพิ่งเสิร์ฟหมูผัดหัวหอมให้ลูกค้าเสร็จ พอหันหลังกลับมาก็เห็นโจวผิงยืนเหมือนคนโง่อยู่ที่บันได จึงขมวดคิ้ว“ไอ้หนู ยังรู้จักกลับมาอีกเหรอ?” อาสามยิ้มกว้างโจวผิงอ้าปากค้าง ดูเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับพูดอะไรไม่ออกอาสามเห็นโจวผิงยืนนิ่งไม่ขยับ จึงทำเสียงจิ๊ในลำคอ“ยืนเหม่ออยู่ที่หน้าประตูทำไม? เข้ามาช่วยเร็วเข้า! วันนี้ลูกค้าเยอะมากเลย ช่วงนี้อาสามต้องเป็นทั้งเจ้าของร้านทั้งพ่อครัว ทั้งพนักงานเสิร์ฟ ยุ่งแทบตายอยู่แล้ว”อาสามเช็ดมือที่เปื้อนน้ำมันกับผ้ากันเปื้อน แล้วรีบเดินลงบันได คว้าข้อมือของโจวผิงที่กำลังเหม่อลอยพาเข้าร้านไประหว่างเดิน เขาบ่นพึมพำไปด้วย“ตอนนั้นแกขอลาฉันแค่เดือนเดียวนะ นี่ผ่านไปกี่เดือนแล้ว? อานึกว่าแกจะไม่กลับมาแล้ว อาขอบอกไว้ก่อนนะเงินเดือนช่วงนี้……อาจะหักไปสองร้อยหยวนเลยนะ!”“แล้วก็นะ ไอ้หนุ่มนามแซ่เยี่ยที่นายหามา