ณ ที่แห่งหนึ่งในต้าเซี่ย“หืม?”หน้ากากหวังที่กำลังค้นหาร่องรอยของสิ่งลี้ลับอยู่นั้น เงยหน้าขึ้นมองไปที่ใดที่หนึ่ง“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ หัวหน้า?” น้ำวนที่อยู่ข้างๆ ถามอย่างสงสัย“ไม่มีอะไร”หน้ากากหวังมองไปยังทิศทางนั้นอยู่นาน ก่อนจะส่ายหน้า “อาจจะคิดไปเองก็ได้…”กุหลาบยักไหล่ “ดีใจเก้อเลย ฉันนึกว่าหัวหน้าจะหาร่องรอยของสิ่งลี้ลับนั่นเจอแล้วซะอีก……”“เพิ่งเริ่มสืบสวนเองนะ จะเร็วขนาดนั้นได้ยังไง?” หน้ากากหวังพูดอย่างจนปัญญา “ฉันไม่ใช่เทพเจ้านะ”“ใกล้แล้วๆ” นภานับนิ้วคำนวณ “ตอนนี้หัวหน้าอยู่ในขั้นอนันต์ระดับสูงสุดแล้ว อีกไม่เกินสองปีก็คงก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ได้แล้ว ถ้าโชคดี เผื่อว่าจะทะลวงขีดจำกัดนั้นไปได้ ถึงตอนนั้น หัวหน้าก็จะกลายเป็นเทพเจ้าไม่ใช่เหรอ?”“……ฉันไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก”“หัวหน้า อย่าถ่อมตัวสิครับ คุณเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งที่หาได้ยากในรอบหลายสิบปีของต้าเซี่ยนะ!”“แล้วหลินชีเยี่ยล่ะ?”“เอ่อ……หัวหน้า คุณเป็นอัจฉริยะอันดับสองที่หาได้ยากในรอบหลายสิบปีของต้าเซี่ยนะครับ!”“พอหัวหน้ากลายเป็นเทพเจ้า พวกเราก็จะเป็นหน่วยรบพิเศษหน่วยแรกของต้าเซี่ยที่มีเทพคุ้มครองน่ะสิ” ดวงตาของน้ำวนเริ่มเปล่งประกาย “ถึงตอนนั้น ถ้าพวกเราอยากลาพักร้อน ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยพิทักษ์ราตรีจะกล้าไม่อนุมัติเหรอ?”“มีเหตุผลนะ” นภาพยักหน้าอย่างครุ่นคิดเขาหันกลับมา ตบไหล่หน้ากากหวังอย่างจริงจัง “สู้ๆ นะหัวหน้า อิส