้าน”“ฉันก็ไม่มีข้อคัดค้านเช่นกัน” อันชิงอวี๋พยักหน้าเจียงเอ่อร์ที่ลอยอยู่ข้างๆ พูดไม่ได้ จึงได้แต่พยักหน้าเพื่อแสดงว่าเห็นด้วยเมื่อเห็นว่าทุกคนไม่มีข้อคัดค้าน หลินชีเยี่ยจึงกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น ชื่อหน่วยของพวกเราก็จะเป็น ‘ม่านราตรี’เมื่อกลับไปต้าเซี่ย ฉันจะยื่นคำขออย่างเป็นทางการต่อผู้บังคับบัญชา”เขาโบกมือ เมฆก็ปรากฏขึ้นรอบๆ ทุกคน ยกพวกเขาขึ้นและพุ่งตามเมืองที่แตกสลายไปไกลสายตาของหลินชีเยี่ยกวาดมองเมืองนั้น ทันใดนั้น เขาก็ชะงักงัน“เป็นอะไรไป?” เฉาเยวียนสังเกตเห็นความผิดปกติของอีกฝ่าย จึงเอ่ยถามหลินชีเยี่ยอึ้งไปครู่ใหญ่ ดวงตาฉายแววขมขื่น“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้……กว่าจะรู้ตัวก็ตอนนี้……”“รู้อะไรหรอ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งถามอย่างสงสัย“พวกนายไม่รู้สึกแปลกใจเหรอ?” หลินชีเยี่ยยื่นมือออกไป ชี้ไปยังเมืองที่พังทลายซึ่งลอยอยู่ในหมอกหนา แล้วพูดอย่างช้าๆ ว่า “เมืองนี้ถูกแยกออกจากต้าเซี่ยโดยเทพแห่งสายลม มันแบกรับลมพายุและเคลื่อนที่ไปทางอียิปต์……แต่เทพแห่งสายลมจากไปนานแล้ว ทำไมเมืองนี้ยังคงลอยอยู่? และ……ยังบินไปในทิศทางกลับบ้านอีกด้วย”ทุกคนตกตะลึงพร้อมกัน หันไปมองเมืองขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ในหมอกหนา ครู่หนึ่งต่อมา ดวงตาของทุกคนเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อท่ามกลางหมอกที่พร่ามัว ที่ฐานของเมืองขนาดมหึมาที่บดบังท้องฟ้า มีกระบี่เล่มหนึ่งกำลังรองรับเมืองทั้งเมืองบินอย่างช้าๆ แต่มั่นคง[กระบี่มังกรคชสาร]นั่นคือกระบี่ข