“ศิษย์พี่หลัว ข้าขอแนะนำให้ท่านไปส่องกระจกดูเสียบ้าง!”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ศิษย์พี่หลัวขมวดคิ้วสงสัย
“แม้ท่านจะอายุยังไม่เต็มสามสิบ แค่ยี่สิบเก้าปีเท่านั้น แต่การที่คนแก่หัวหงอกโพลนเยี่ยงท่าน มาเรียกสตรีรุ่นราวคราวเดียวกันว่า ‘แม่หนู’ ซ้ำยังพูดจาเรื่องหญิงสาวมิหยุดปากเช่นนี้ มันช่างดูอุจาดนัยน์ตาและเสื่อมเสียเกียรติของสุภาพบุรุษยิ่งนัก!” เมิ่งฝานกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ตีคนต้องตีให้หน้าหงาย สังหารคนต้องทำลายที่หัวใจ
วาจานี้ของเมิ่งฝาน ทิ่มแทงเข้าจุดอ่อนของศิษย์พี่หลัวได้อย่างแม่นยำ
“เจ้าเด็กนี่… ไฉนจึงพูดจาทำร้ายจิตใจกันเช่นนี้” ศิษย์พี่หลัวร้อนรนปนอับอาย รีบหนีกลับเข้าห้องไปนอนระทมเพียงลำพัง
ในโลกแห่งการฝึกตน ผู้บำเพ็ญเพียรมากมายแม้อายุเจ็ดแปดสิบหรือร้อยปี ก็ยังดูราวกับเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดสิบแปดได้มิใช่เรื่องแปลก
ทว่าสำหรับศิษย์พี่หลัวที่เพิ่งอายุเพียงยี่สิบกว่าปี แต่กลับมีใบหน้าและผมขาวราวกะคนอายุแปดสิบปีเช่นนี้
ช่างเป็นเรื่องที่น่าเวทนาและชวนให้รันทดใจยิ่งนัก!
อายุเพียงเท่านี้แต่กลับชราภาพไปเสียแล้ว หากเขาไม่ต้องโดดเดี่ยวไปจนวันตาย แล้วผู้ใดจะโดดเดี่ยวกันเล่า