าปนั้นหลายร้อยเท่า เตรียมพิธีสาปโชคชะตาเมือง……บนถนนที่มืดสลัวฟุ่บ!เสียงเบาๆ ดังขึ้น เลือดพุ่งออกมาจากด้านหลังของโจวผิงเป็นกลุ่มเล็กๆ มีเส้นใยสีขาวลอยออกมา ค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับกฎแห่งกระบี่ในความว่างเปล่าร่างของเขาโปร่งใสขึ้นเล็กน้อยโจวผิงก้มมองจุดโปร่งใสบนร่างของตัวเอง แล้วจมอยู่ในความเงียบหลินชีเยี่ยอุ้มเจียหลานไว้ในอ้อมแขน เมื่อเห็นภาพนี้ก็ขมวดคิ้วแน่น“ใช้ [อมตะ] ไม่ได้ ยังมีวิธีอื่นอีกไหม……ต้องมีวิธีอื่นแน่ๆ”สมองของเขาทำงานอย่างรวดเร็ว[นักร่ายรำยามราตรี] [อนธการกัดกร่อน] [เวทย์อัญเชิญ] [สวนลับนิรันดร์]……เขาทบทวนผนึกต้องห้ามและไพ่ตายทั้งหมดที่มีอยู่ แต่ไม่มีอะไรที่จะช่วยโจวผิงได้เขาส่งจิตสำนึกเข้าไปในโรงพยาบาลจิตเวชแห่งเทพเจ้า สวมเสื้อกาวน์ขาววิ่งไปหาเมอร์ลินอย่างรวดเร็ว ถามว่ามีวิธีแก้ไขเรื่องแบบนี้ไหมเมอร์ลินมองหลินชีเยี่ยที่กำลังร้อนใจด้วยสีหน้าซับซ้อน แล้วถอนหายใจอย่างจนปัญญา“ในประวัติศาสตร์ ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนกลายเป็นเทพ สถานการณ์ที่เจ้าพูดถึง ข้าก็เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก……ขอโทษด้วยนะ ท่านผู้อำนวยการ”หลินชีเยี่ยยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่มีทางออกแล้วจริงๆ เหรอ?โจวผิงมองทุกคนที่กำลังร้อนใจราวกับมดบนกระทะร้อน มุมปากปรากฏรอยยิ้ม“ไม่ต้องแล้ว” เขาพูดพวกหลินชีเยี่ยเงยหน้ามองเขา“ไม่ต้องคิดอีกแล้ว เวลาของฉันเหลือน้อยเต็มที” โจวผิงพูดพร้อมรอยยิ้ม “ได้เจอพวกนายที่นี่ ได้ก้าวมาถึงจุดนี้ฉันม