ระแทก ใบหน้าซีดขาวอย่างยิ่ง“แค่ก แค่ก แค่ก……”เขาก้มหน้า ไอออกมาอย่างรุนแรง เลือดไหลซึมตามมุมปากรอบตัวเขาเป็นเมืองร้างที่ไม่รู้ว่าถูกทิ้งร้างในหมอกมานานเท่าไหร่แล้ว เศษอิฐและดินจำนวนมากกระจายอยู่รอบตัว กำแพงที่พังทลายในระยะไกลมองเห็นรางๆ ในหมอกท่ามกลางแอ่งเลือด เสียงไอของโจวผิงค่อยๆ สงบลง เขาค่อยๆ ยืดอก ยืนตัวตรง เงยหน้ามองขึ้นไปในหมอกมัว ร่างอันยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์สองร่าง ค่อยๆ ลอยลงมาจากท้องฟ้า……“มนุษย์เอ๋ย เจ้าทำได้ถึงขนาดนี้แล้ว สมควรภาคภูมิใจได้แล้วล่ะ” เทพแห่งสายลมหยุดยืนเท้าเปล่าอยู่กลางอากาศ มองลงมายังร่างของโจวผิงพลางกล่าวอย่างสงบโจวผิงยืนอยู่ท่ามกลางแอ่งเลือด เอียงศีรษะเล็กน้อย มองไปทางเมืองที่พังทลายจากไป ยืนนิ่งเงียบอยู่กับที่“อย่างไร เจ้ายังคิดจะถ่วงเวลาให้เมืองนั้นมีโอกาสหนีรอดอยู่อีกหรือ?” เซธหัวเราะเยาะ “เจ้าน่าจะรู้นะว่าระยะทางเพียงเท่านี้ไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับพวกเรา ต่อให้ปล่อยให้เจ้าถ่วงเวลาไปอีกครึ่งชั่วยามก็เท่านั้น”โจวผิงส่ายหน้า “ฉันแค่รู้สึกเสียดายนิดหน่อย”“เสียดายอะไร?”“เสียดายที่ยังขาดอีกนิดเดียว ก็จะก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นได้แล้ว”เขาเงยหน้าขึ้น มองไปยังร่างสองร่างที่แผ่พลังศักดิ์สิทธิ์อยู่บนฟ้า ดวงตาฉายแววขมขื่น “เสียดายที่ยังขาดอีกนิดเดียว ฉันก็จะสามารถ… สังหารเทพได้”“สังหารเทพงั้นหรือ?” เซธหัวเราะเยาะ “แค่มนุษย์ธรรมดา ช่างกล้าพูดจาโอหังเสียจริง……”“ฆ่