ัน แล้วเงยหน้ามองไปทางเรือนสี่ประสานอย่างงุนงง“สิ่งที่จะช่วยให้พวกนายเดินทางในหมอกได้อย่างอิสระ” เสียงของเส้าผิงเกอลอยแว่วมาจากในบ้าน “ไปเถอะหน่วยพิทักษ์ราตรีแห่งต้าเซี่ย รอคอยการกลับมาอย่างมีชัยของหน่วยรบพิเศษที่ห้าอยู่”หลินชีเยี่ยกำแผ่นเหล็กในมือ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เขาหันกลับไปสบตากับคนอื่นๆทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน“ชีเยี่ย พวกเราจะไปกันยังไง?” ไป๋หลี่พั่งพั่งเอ่ยถาม “ขี่มังกรไหม?”หลินชีเยี่ยส่ายหน้า “ไม่ พวกเรา… จะเหินเมฆ”สิ้นเสียง เขาก็ยื่นมือออกไปในอากาศ เมฆมากมายก็ม้วนตัวขึ้นมาจากพื้น รองรับทั้งหกคนและโลงศพหนึ่งใบค่อยๆ ลอยขึ้นสูง[เมฆพลิกกาย]หลินชีเยี่ยก้มหน้าลง สวมหน้ากากซุนหงอคงบนใบหน้า คนอื่นๆ ก็สวมหน้ากากของตัวเองเช่นกันเจียงเอ่อร์ที่ลอยอยู่ในอากาศครุ่นคิดชั่วครู่ แล้วยกมือขึ้นลูบใบหน้า ปั้นหน้ากากไร้ใบหน้าขึ้นมาจากอากาศปิดบังใบหน้าของตัวเอง“ไปกันเถอะ”หลินชีเยี่ยพูดอย่างใจเย็นในชั่วขณะต่อมา ก้อนเมฆสีขาวนี้ก็ทะลุผ่านความว่างเปล่า แล้วหายวับไปจากที่เดิมในพริบตาท่ามลางสายฝน หยวนกังยืนอยู่ที่ประตู มองเงาร่างที่จากไปของพวกเขา แล้วถอนหายใจอย่างจนปัญญา‘26 ธันวาคม มีฝนตกหนัก หน่วยสำรองที่ห้า ณ เมืองหลวง ได้ยกร่มขึ้นเตรียมพร้อม ทำลายอิฐแตกไป 133 ชิ้นเอาชนะหน่วย 006 ประจำเมืองหลวงได้ จากนั้นก็ลอยตัวขึ้นสู่เมฆหนา มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก หายลับไปในม่านหมอก……จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา’‘เอ