ชีวิตยากลำบากเกินไปแล้ว”
“ไม่ใช่ปลา ไหนเลยจะรู้ความสุขของปลา*[1]” เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกว่าหมู่บ้านเสี่ยวเหวินมีบรรยากาศที่มีความสุขและเป็นระเบียบเรียบร้อย ถ้ามองแค่ฮวงจุ้ยของหมู่บ้าน นี่ไม่ใช่ ‘หมู่บ้านผีสิง’ เลยสักนิด
“หัวหน้า คุณคิดว่ามีคนในหมู่บ้านนี้เท่าไหร่? พวกเราเดินอยู่นานแล้ว ไม่เห็นใครเลย” ความตื่นเต้นที่เห็นหมู่บ้านในตอนแรกจางหายไป เหมียวจื่ออั๋งมองซ้ายมองขวาเงียบ ๆ ในขณะที่ใจก็เต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ
พวกเขากำลังเดินบนถนน บ้านทั้งสองข้างเหมือนสัตว์ร้าย ลมกระโชกแรงพัดผ่านมา ทำเอาตัวเขาสั่นสะท้าน
เฝ่ยไป๋ลู่พลันเอ่ยขึ้น “อืม เพราะว่าคนเสียชีวิตในหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก”
“อะไรนะ?!” เหมียวจื่ออั๋งเดินเซ เกือบจะโยนกานว่างที่อยู่บนหลังทิ้งไป
เฝ่ยไป๋ลู่มองไปที่บ้านผนังดินเหนียวซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ตลอดสองข้างทาง ดวงตาสดใสสวยงามเผยแววซับซ้อน
เธอชี้ไปที่โคมไฟที่มีตัวอักษรสีน้ำเงินบนพื้นหลังสีขาวที่แขวนอยู่บนชายคาประตูบ้าน “นี่คือโคมไฟไม้ไผ่หรือที่เรียกกันว่าโคมไฟห้าชั่วอายุคน เป็นการประกาศว่ามีงานศพ”
ในสมัยโบราณ เมื่อคนในครอบครัวจัดงานศพจะแขวนโคมไฟไม้ไผ่ที่ปากประตู โดยเขียนนามสกุลของผู้ตายไว้ด้านบน ด้านข้างเขียนว่า ‘บิดารุ่นที่ห้า’ ‘มารดารุ่นที่สี่’ ขึ้นอยู่กับว่ามีกี่ชั่วอายุคนที่อาศัยอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน
หากคนตายอายุเก้าสิบถึงเก้าสิบเก้าปีเรียกว่าอายุยืนยาว หกสิบปีขึ้นไปเรียกว่าอายุยืน ไม่ถึ