ชีเยี่ยชะงักอยู่กับที่……บนเครื่องบินหลินชีเยี่ยลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วเขายื่นมือออกไปสัมผัสหน้าอกของตัวเอง……ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับของแข็งบางอย่าง ทำให้ทั้งร่างสั่นสะท้านเล็กน้อยครู่ต่อมา เขาล้วงตะเกียบไม้อันหนึ่งออกมาจากอกเมื่อมองดูตะเกียบไม้อันนั้น หลินชีเยี่ยพลันแข็งค้างอยู่กับที่ราวกับรูปปั้นหิน……หมอกหนาในเมืองที่มืดสลัวเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวลงมาจากท้องฟ้า ทั้งเมืองที่ลอยอยู่กลางอากาศสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงฝุ่นละอองร่วงหล่นจากเพดานลานจอดรถ โปรยปรายลงบนเตาไฟที่กำลังลุกไหม้ เสียงอาคารไกลๆ ถล่มลงมาดังก้องกังวานราวฟ้าคำราม นอกกำแพงสลัว แสงสีเขียวและประกายกระบี่วูบวาบในกลุ่มเมฆพลังกดดันที่น่าหวาดหวั่นแผ่ซ่านไปทั่วฟ้าดิน“รุ่นพี่เฉินหาน……” ลู่อวี่มองท้องฟ้าเหนือศีรษะอย่างงงงวย “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”เฉินหานมองประกายกระบี่ด้วยความตกตะลึงเช่นกัน ตอบอย่างไม่แน่ใจนัก “นี่น่าจะเป็น……การต่อสู้ของเทพ?”“คนๆ นั้นกำลังต่อสู้กับเทพแห่งสายลมงั้นเหรอ?!” ลู่อวี่อ้าปากค้าง “แล้วเขา……”เฉินหานจ้องมองท้องฟ้าพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยช้าๆ “เขาน่าจะเป็นปรมาจารย์กระบี่แห่งต้าเซี่ย ผู้อยู่ในระดับสูงสุดของมนุษย์”นอกจากมนุษย์ที่อยู่จุดสูงสุดแล้ว ไม่มีใครสามารถต่อกรกับเทพได้แต่ปัญหาคือ ทำไมปรมาจารย์กระบี่ถึงมาอยู่ที่อำเภออันถ่า?เป็นเรื่องบังเอิญหรือว่า…เฉินหานนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมา ดวงตาที่มองร่างในท้องฟ้า