ที่กำลังง่วงนอนพลันตื่นขึ้นมาพร้อมกัน หันไปมองทางที่พลังระเบิดออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจเห็นเฉาเยวียนที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นท้ายเครื่องค่อยๆ ลืมตาขึ้นพลังกดดันของขั้นมหาสมุทรแผ่ออกมา“เหล่าเฉา! นายทะลวงขีดจำกัดได้แล้วเหรอ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งเอ่ยถามอย่างตกใจเฉาเยวียนที่นั่งขัดสมาธิอยู่ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา มองเขาแวบหนึ่ง “มีอะไรแปลกเหรอ ฉันน่าจะทะลวงขีดจำกัดได้นานแล้ว”“หลังจากทะลวงขีดจำกัดแล้ว รู้สึกว่ามีอะไรแตกต่างไปบ้างไหม?” หลินชีเยี่ยถามเฉาเยวียนลังเลครู่หนึ่ง “ฉันรู้สึกว่าการควบคุมผนึกต้องห้ามของฉันดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย……ฉันจะลองชักดาบดูตอนนี้”“เดี๋ยวก่อน!”“หยุดนะ!”“อย่า!”“ฟ้าดินพลิกผัน!!”ขณะที่เฉาเยวียนกำลังจะชักดาบ หลินชีเยี่ย เสิ่นชิงจู่ และอันชิงอวี๋ ทั้งสามคนต่างตกใจสุดขีด ส่วนไป๋หลี่พั่งพั่งก็เปิดผนึกต้องห้ามทันที แย่งดาบมาจากมือของเฉาเยวียนเฉาเยวียน “……”เมื่อเห็นว่าเฉาเยวียนไม่มีดาบแล้ว หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกตอนนี้พวกเขากำลังบินอยู่บนท้องฟ้า หากเฉาเยวียนคลุ้มคลั่งและควบคุมตัวเองไม่ได้ แล้วฟันเครื่องบินด้วยดาบแม้เพียงครั้งเดียว คงกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่“ได้ๆๆ ฉันจะลองอีกทีหลังจากลงจากเครื่องบิน ได้ไหม?” เฉาเยวียนพูดอย่างจนปัญญาไป๋หลี่พั่งพั่งโยนดาบคืนให้เฉาเยวียนพลางพูดอย่างรำพึงรำพัน “ตอนนี้หน่วยของเราทุกคนอยู่ในขั้นมหาสมุทรแล้ว เงื่อนไขการเล