……ผมไม่ได้……”“พูดความจริงมา”“……สามฉบับครับ”เฉินหานพยักหน้าเบาๆ ดูไม่แปลกใจกับคำตอบนี้ลู่อวี่มองเฉินหานอย่างระมัดระวัง “รุ่นพี่เฉินหาน คุณไม่โกรธเหรอครับ?”“โกรธเหรอ? ทำไมฉันต้องโกรธด้วย?” เฉินหานหัวเราะเบาๆ “เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ฉันก็เหมือนกับนายตอนนี้เลยคิดแต่จะออกจากหน่วยเล็กๆ นี้ทุกวัน ถ้าฉันโกรธนาย ก็เท่ากับฉันตบหน้าตัวเองไม่ใช่เหรอ?”ลู่อวี่ถามอย่างสงสัย “แล้วทำไมคุณถึงยังอยู่ที่นี่ล่ะครับ?”เฉินหานเงียบไปครู่หนึ่ง“เพราะมีคนเคยพูดไว้ว่า ชายแดนต้องมีคนคอยปกป้องเสมอ เขาทำให้ฉันเข้าใจหลักการหนึ่ง คุณค่าของหน่วยพิทักษ์ราตรี ไม่ได้อยู่ที่หมายเลขหน่วยสูงแค่ไหน ไม่ได้อยู่ที่เมืองที่ปกป้องยิ่งใหญ่แค่ไหน ไม่ได้อยู่ที่ได้รับเกียรติยศมากแค่ไหน……แต่อยู่ที่การ ‘ปกป้อง’ ตัวมันเอง เมื่อนายยืนอยู่ในเมืองหนึ่ง พร้อมที่จะอุทิศชีวิตและวัยหนุ่มสาวเพื่อคนเหล่านี้ คุณค่าของนายก็เกิดขึ้นแล้ว”สายตาของเฉินหานกวาดมองไปยังประชาชนนับร้อยที่นอนอยู่ในลานจอดรถใต้ดิน แล้วพูดช้าๆ ว่า“เมื่อทุกอย่างสงบ เราสามารถทำในสิ่งที่เราอยากทำ ไปพัฒนาอาชีพเสริม ไปกลมกลืนกับสังคม หรือไปดูแลป่าสักแห่ง……แต่ตอนนี้ฟ้าถล่ม พวกเรา……ต้องค้ำฟ้าให้พวกเขา”ลู่อวี่จ้องมองใบหน้าด้านข้างของเฉินหานที่สะท้อนแสงไฟ ราวกับเข้าใจบางอย่าง แต่ก็เหมือนไม่เข้าใจอะไรเลยเสียงเบาๆ ดังมาจากทางเข้าลานจอดรถใต้ดินเฉินหานที่มีไข้สูง ลุกขึ้นยืนด้วยความเร็วเกื