้วมุ่งหน้าต่อไปยังทิศทางของเมืองสุริยันในอียิปต์……สิ่งที่เขาไม่ทันสังเกตคือ แสงกระบี่จางๆ ที่แทบมองไม่เห็นได้พุ่งผ่านหมอกหนา แล้วแอบซ่อนตัวเข้าไปในแสงสลัวนั้นอย่างเงียบเชียบ……ภายในเมืองภายใต้ท้องฟ้าสลัว ทั้งเมืองเงียบสงัดไร้สุ้มเสียงระบบไฟฟ้าของเมืองล่มสลายโดยสิ้นเชิง ไม่มีแสงสว่างใดๆ ส่องออกมาจากถนนหนทาง แม้แต่ใจกลางเมืองก็เช่นกัน เงียบกริบไร้เสียงมองไปทั่วเมืองที่มืดมิด ไม่เห็นร่องรอยของอารยธรรมทางวิทยาศาสตร์อีกต่อไปความเย็นเยือกแผ่ซ่านไปทั่วใต้แสงสลัว ทำให้ทั้งเมืองราวกับตกลงไปในหลุมน้ำแข็ง เกล็ดน้ำแข็งขาวๆ ปกคลุมบนถนน ค่อยๆ กัดกินร่างของผู้คนที่ล้มระเนระนาดอยู่พวกเขาคือชาวอำเภออันถ่าที่ถูกลมพายุของเทพเจ้าแห่งสายลมโจมตีจนสลบไปภายใต้การรุกรานของน้ำค้างแข็ง ร่างกายของพวกเขายิ่งเย็นเฉียบ ลมหายใจก็ยิ่งอ่อนแรงลงเรื่อยๆท่ามกลางความมืด ชีวิตของเมืองนี้กำลังสูญสิ้นไปทีละน้อยทันใดนั้น แสงสว่างจ้าสองลำพุ่งออกมาจากอีกฟากของถนน กวาดผ่านถนนที่มืดมิดเงียบสงัด ก่อนจะหยุดลงบนร่างของผู้สัญจรที่ล้มอยู่ริมทาง“รุ่นพี่เฉินหาน ที่นี่ยังมีคนอยู่!” เสียงชายหนุ่มดังมาจากความมืดทันใดนั้น แสงสว่างทั้งสองก็เคลื่อนเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว นั่นคือร่างสองร่างที่สวมเสื้อคลุมสีแดงเข้ม พวกเขาถือไฟฉายไว้ในมือ ริมฝีปากเขียวคล้ำเพราะความหนาวเย็นเฉินหานรีบวิ่งเข้าไปหาผู้สัญจรที่ล้มอยู่ ยื่นมือไปสัมผัสใต้จมูกครู่หนึ่ง