ู่เปิดไพ่ใบหนึ่ง ผลักไพ่นกกระจอกตรงหน้าล้มลง สายตากวาดมองไปยังไป๋หลี่พั่งพั่ง เฉาเยวียน และเจียหลาน ทั้งสามคนที่อยู่รอบโต๊ะ ในดวงตาปรากฏแววเย้ยหยันสีหน้านั้นดูเหมือนจะบอกว่า ‘แค่นี้เองเหรอ?’มุมปากของไป๋หลี่พั่งพั่งกระตุกเล็กน้อย“ไม่เล่นแล้ว ไม่เล่นแล้ว พวกนายโกง!” ไป๋หลี่พั่งพั่งเอ่ยอย่างโมโห “ทั้งเช้าแล้ว ผมไม่ชนะสักตาเลย แม้แต่พี่เจียหลานยังชนะไปตาหนึ่ง……”“……” สีหน้าของเจียหลานดูไม่ค่อยดีนัก “นายว่าอะไรนะ?”“เอ่อ……ไม่มีอะไร” ไป๋หลี่พั่งพั่งรีบยอมแพ้อย่างรวดเร็ว “ให้ชีเยี่ยหรือเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์มาเล่นกับพวกนายเถอะ ผมแพ้พอแล้ว”เฉาเยวียนมองไปที่หลินชีเยี่ยที่กำลังงีบหลับบนเก้าอี้ และอันชิงอวี๋ที่นั่งอยู่บนโลงศพมองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบินอย่างเหม่อลอย แล้วเอ่ยเสียงเบา“ห้ามคนเก่งเกินไปเข้าร่วมการแข่งขัน”“แล้วน้องเจียงเอ่อร์ล่ะ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งหันไปมองเจียงเอ่อร์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กข้างๆ[ฉันจับไพ่ไม่ได้] เสียงอ่อนใจของเจียงเอ่อร์ดังออกมาจากลำโพงของเครื่องบินไป๋หลี่พั่งพั่งถอนหายใจอย่างจนปัญญา แล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะไพ่นกกระจอกอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มสับไพ่“อีกสองตาก็จะถึงหวยไห่แล้ว” เฉาเยวียนดูเส้นทางการบินแล้วพูด“หวยไห่……ไม่คิดเลยว่าเราจะกลับมาเร็วขนาดนี้”ไป๋หลี่พั่งพั่งกวาดตามองไปทั่วห้องโดยสาร เขากล่าวอย่างตื้นตันใจ “ตอนออกเดินทางมีแค่ห้าคน แต่ตอนกลับมากลายเป็นเจ็ดคนไปแล้ว”“นายลืมน