ับคำนี้ และการจะตรวจสอบว่าปัญหาเกิดขึ้นในขั้นตอนไหนนั้น การให้ต้าเซิ่งพูดเองคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นหลินชีเยี่ยจึงต้องหว่านแหกว้าง เล่าเรื่องไซอิ๋วทั้งหมด แล้วสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่าย เพื่อย้อนกลับมาหาสาเหตุของปัญหาพูดง่ายๆ ก็คือ หลินชีเยี่ยกำลังใช้วิธีนี้เพื่อหา ‘จุดเจ็บปวด’ ของต้าเซิ่งก่อนจะมาดื่มเหล้าคุยกับต้าเซิ่ง หลินชีเยี่ยได้หาเวลาอ่านทบทวนไซอิ๋วซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนนับครั้งไม่ถ้วน จดจำรายละเอียดทุกอย่างไว้ในสมอง จึงเกิดเป็นฉากนี้ขึ้นแม้ว่านี่จะเป็นกระบวนการที่ยาวนานและน่าเบื่อ แต่ในแง่หนึ่ง นี่คือวิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพที่สุดเหล้าในไหค่อยๆ หมดลงหลินชีเยี่ยดื่มอึกสุดท้าย เลียริมฝีปากที่แห้งผาก พร้อมเสียงแหบพร่าเขาเล่าเรื่องต่อเนื่องมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว เขาดื่มเหล้าในไหทั้งหมดเพียงลำพัง ในช่วงเวลานี้ ต้าเซิ่งไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลย ราวกับกลายเป็นพระพุทธรูปที่อยู่เหนือโลกหลินชีเยี่ยดูนาฬิกา แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเขาหยิบจอกเหล้าสองใบและไหเหล้าที่ว่างเปล่า พลางถอนหายใจยาว“พี่ลิง วันนี้หมดเวลาแล้ว พรุ่งนี้ผมจะมาดื่มเหล้ากับพี่อีก”เขาโบกมือแล้วก้าวออกไปนอกห้องผู้ป่วย หลังจากออกไปแล้วก็ไม่ลืมที่จะปิดประตูห้อง เสียงฝีเท้าค่อยๆ ห่างออกไปในระเบียงทางเดินไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ ในห้องผู้ป่วย เปลือกตาที่หลุบต่ำของรูปปั้นลิงโบราณนั้น ค่อยๆ ลืมขึ้น………“หกเส้น”“สี่ตุ่น”“ผ่อง!”“ชนะแล้ว”เสิ่นชิงจ