ดโจ้ว?”“ซุนเห้งเจีย?”“ซุนหงอคง?”“เป๊กเบ้……อืม……ช่างเถอะ”“พี่ลิง?”เมื่อได้ยินสองคำสุดท้าย ร่างกายที่มั่นคงดุจหินผาสั่นไหวเล็กน้อยจนแทบไม่สังเกตเห็น แสงพุทธะรอบกายกระเพื่อมเป็นระลอกดวงตาของหลินชีเยี่ยเปล่งประกายขึ้นมา“อืม งั้นก็เรียกพี่ลิงแล้วกัน” หลินชีเยี่ยค่อยๆ วางจอกเหล้าลง “พี่ลิง พี่รู้ไหมว่าพี่ดังแค่ไหนในต้าเซี่ยของพวกเรา? เดินไปตามถนนแทบไม่มีใครไม่รู้จักพี่เลย แม้แต่เด็กที่ยังอ่านหนังสือไม่ออก ก็ยังพยายามสะกดทีละตัวเพื่ออ่านเรื่องราวของพี่……พี่เป็นไอดอลของคนทั้งประเทศจริงๆ นะ”หลินชีเยี่ยยกจอกเหล้าขึ้นดื่มอึกใหญ่ แล้วพูดต่อว่า“ไม่คิดว่าวันหนึ่งผมจะมีโอกาสได้นั่งตรงหน้าพี่ ดื่มเหล้ากับพี่……แม้จะเป็นการพูดคนเดียวก็ตาม เมื่อพี่ไม่อยากคุยกับผม ผมก็ต้องพูดมากหน่อย งั้นแบบนี้แล้วกัน ผมจะเล่าเรื่องราวของพี่ที่เล่าขานกันในต้าเซี่ยของพวกเรา ถ้ามีอะไรไม่ตรงกับความจริง พี่ก็ขัดผมหรือให้สัญญาณอะไรก็ได้”หลินชีเยี่ยมองรูปปั้นลิงโบราณ เห็นว่ายังไม่มีทีท่าจะตอบ จึงพูดต่อไปว่า“เรื่องมีอยู่ว่า นานมาแล้ว บนภูเขาฮัวกั่วซาน แคว้นอ้าวไหล ทวีปตงเซิ่งเสินโจว มีก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง……”การเล่าเรื่องราวของเขาต่อหน้าต้าเซิ่งนี้ไม่ใช่ความคิดชั่ววูบ แต่เป็นแผนที่ดีที่สุดที่หลินชีเยี่ยคิดอย่างรอบคอบแล้วจากประโยคที่ว่า ‘อย่าเรียกข้าว่าต้าเซิ่ง’ หลินชีเยี่ยสามารถคาดเดาเบื้องต้นได้ว่า อาการป่วยของเขาเกี่ยวข้องก