ูเหมือนช่วงนี้ นายจะเข้ากับพวกหลินชีเยี่ยได้ดีทีเดียว” มุมปากของเยี่ยฟ่านยกขึ้นเล็กน้อย “แต่ก่อน นายไม่เคยพูดกับฉันแบบนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการพูดยาวขนาดนี้ในคราวเดียว และ… นายก็แทบไม่ก้มมองปลายเท้าตัวเองแล้วด้วย”โจวผิงชะงัก เขาเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ “อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้……”“ก่อนออกเดินทาง นายมีอะไรจะสั่งเสียอีกไหม?” เยี่ยฟ่านถามโจวผิงลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบซองจดหมายสองซองออกมาจากกระเป๋า ยื่นให้เยี่ยฟ่าน“ช่วยส่งจดหมายสองฉบับนี้ให้หน่วย 007 และ 006 ด้วย”เยี่ยฟ่านกวาดตามองซองจดหมาย แล้วยิ้มขมขื่น “จริงๆ แล้ว นายบอกฉันสักคำก็พอแล้ว”โจวผิงส่ายหน้า “ผมหวังว่าจะได้อยู่เคียงข้างพวกเขาจนจบการฝึกครั้งนี้… แม้จะเป็นในรูปแบบนี้ก็ตาม”“ฉันเข้าใจแล้ว”“ยังมีอีกเรื่อง……” โจวผิงลังเลชั่วครู่ “ถ้า… ผมไม่ได้กลับมา อย่าบอกอาสามของผมนะ บอกแกว่า… ผมออกไปทำงานข้างนอก”เยี่ยฟ่านตกอยู่ในความเงียบหลังจากผ่านไปพักใหญ่ เขาจึงค่อยๆ เอ่ยปาก “ได้”“แล้วก็……”“ฉันว่านายไม่ควรพูดอะไรอีกแล้ว” เยี่ยฟ่านพูดอย่างจริงจัง “น้ำเสียงของนายตอนนี้ ฟังเหมือนกำลังสั่งเสียก่อนตายยังไงยังงั้น พูดแบบนี้มากๆ ไม่ดีนะ”โจวผิงหยุดชั่วครู่ “บอกหลินชีเยี่ยว่าผัดมะเขือเทศที่เขาทำ……จริงๆ แล้วก็ธรรมดา ยังห่างไกลจากฝีมือของอาสาม”เยี่ยฟ่าน “……”“ผมไปล่ะ”โจวผิงหันหลังกลับ แล้วเคาะกล่องกระบี่เบาๆชิ้ง!!!เสียงดังก้องกังวานในอากาศ แส