นจะเอ่ยอย่างนอบน้อม“ผู้น้อยเสิ่นชิงจู่ ขอคารวะท่านปรมาจารย์กระบี่แห่งต้าเซี่ย”โจวผิงผลักไป๋หลี่พั่งพั่งที่เกือบจะจูบหน้าเขาออกไปอย่างไร้อารมณ์ แล้วมองไปที่เสิ่นชิงจู่ พลางพยักหน้าเบาๆ“นายคือสายลับคนนั้นสินะ?”“……ใช่ครับ”“อืม” โจวผิงตอบรับอย่างเรียบง่าย “ก่อนที่ฉันจะชักกระบี่ออกมา ฉันไม่รู้ว่าใครคือนาย ตอนนั้นฉันจึงลดแรงลงเล็กน้อย และฟันแค่แท่นบูชาเท่านั้น”เสิ่นชิงจู่มุมปากกระตุกเล็กน้อย “ขอบคุณปรมาจารย์กระบี่ที่ไว้ชีวิต……”“รีบพาเพื่อนของนายไปรักษาเถอะ” โจวผิงมองไปยังลำดับเก้าที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น “อาการของเขาค่อนข้างอันตราย”เสิ่นชิงจู่ได้สติกลับมา มองลำดับเก้าที่หมดสติอยู่ด้านข้าง หลังจากกล่าวขอบคุณโจวผิงอีกครั้ง เขาก็รีบแบกลำดับเก้าขึ้นแล้ววิ่งออกไป“พี่คนเท่……” ไป๋หลี่พั่งพั่งอ้าปาก ดูเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง“มีอะไรก็ค่อยพูดกันทีหลัง”“……ไม่ใช่นะ พี่คนเท่” ไป๋หลี่พั่งพั่งเกาหัว “ผมอยากจะบอกว่า นายวิ่งไปโรงพยาบาลแบบนี้ช้าเกินไป ไม่สู้…นายขี่มังกรของชีเยี่ยไปล่ะ?”เสิ่นชิงจู่ชะงักในทันที เขาแบกลำดับเก้าอยู่ แล้วหันหน้ากลับมาอย่างแข็งทื่อ…ดินแดนทางเหนือของต้าเซี่ยเมืองเทียนเหอในป่าดงดิบแห่งหนึ่ง“ดูเหมือนว่าทางฝั่งพร่ำรำพันจะล้มเหลวแล้ว” หญิงคนหนึ่งนั่งอย่างเบื่อหน่ายบนกิ่งไม้ใหญ่ เธอสัมผัสได้ถึงบางอย่าง จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น“อัญเชิญโอซิริสออกมาไม่ได้เหรอ?”ใต้ต้นไม้ ชายชราที่ร่างกายถูกปกคล