ช่ไหม?’ดวงตาของเสิ่นชิงจู่เป็นประกายวาววับ[ซ่าๆๆๆ]เสียงคลื่นรบกวนอ่อนๆ ดังขึ้นจากห้องที่รกรุงรังด้านหลังเขา ฟังชัดเจนในความเงียบเสิ่นชิงจู่ขมวดคิ้ว หันกลับไปมองในห้อง เห็นวิทยุแบบปุ่มกดรุ่นเก่าที่ไม่รู้ว่าถูกเก็บไว้นานแค่ไหนแล้วอยู่ที่มุมห้องจู่ๆ ก็ทำงานขึ้นมาอย่างน่าพิศวง[ซ่าๆๆ……อุณหภูมิสูงสุดวันนี้……ซ่า……ที่นี่ สถานีวิทยุเมืองหลินถังขอเตือนเจ้าของรถทุกท่าน อย่าดื่มแล้วขับ……ซ่าๆๆ…]วิทยุสลับไปมาระหว่างคลื่นความถี่ต่างๆ โดยอัตโนมัติเสิ่นชิงจู่หรี่ตาลง ก้าวเท้าเดินไปทางวิทยุนั้น“ไอ้คนแซ่เสิ่น ทำไมแกยังอยู่ที่นี่?” ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังมาจากนอกประตูเสิ่นชิงจู่หยุดฝีเท้า หันหน้าไป เห็นลำดับสิบสองยืนอยู่ตรงนั้น มองเสิ่นชิงจู่อย่างเย็นชาเขามองวิทยุโบราณที่กำลังทำงานอยู่บนพื้น แล้วหัวเราะเยาะ “สมแล้วที่เป็นคนโปรดของท่านพร่ำรำพัน แท่นบูชาถูกตัดไปแล้ว ยังมีเวลาว่างมาฟังวิทยุที่นี่อีก ใจเย็นจริงๆ”“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแก?” เสิ่นชิงจู่เอ่ยเสียงเรียบ “กับผู้ที่อาวุโสกว่า แกควรให้ความเคารพหน่อย ถ้าครั้งหน้าฉันได้ยินแกเรียกฉันว่าไอ้คนแซ่เสิ่นอีก ฉันจะฉีกปากแกทิ้ง”“ฮึ……”แววดูถูกวาบผ่านดวงตาของลำดับสิบสอง “แกกับฉันต่างก็อยู่ในขั้นมหาสมุทร ใครจะฉีกปากใครยังไม่รู้เลย ถ้าไม่ใช่เพราะแกมาก่อนฉันสักพัก ตอนนี้คนที่นั่งอยู่ในลำดับที่สิบควรจะเป็นฉัน”“งั้นเหรอ?”เสิ่นชิงจู่หรี่ตาลง ประกายแปลกๆ วาบผ่านดวงต