ขนตายาวสั่นไหวเบาๆ วิญญาณสาวน้อยที่ลอยอยู่เหนือพื้นลืมตาขึ้นอย่างเงียบงันสายตาของเธอเลื่อนลอยไปชั่วครู่ ก่อนจะเหลือบมองร่างหลายร่างรอบตัว แล้วรีบลุกขึ้นยืนทันที ใบหน้าเย็นชาฉายแววโกรธและระแวง“เธอไม่ต้องกังวลไป เจียงเอ่อร์” หลินชีเยี่ยเห็นท่าทางตกใจของสาวน้อยจึงเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน “พวกเราไม่ใช่คนของสาวก พวกเราเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรี”เขาหยิบเหรียญตราออกมาจากกระเป๋าแล้ววางลงบนพื้นเบาๆเขารู้ว่าเจียงเอ่อร์ไม่มีร่างกาย ไม่สามารถจับเหรียญตรานี้ได้ จึงวางไว้บนพื้นให้เธอสังเกตอย่างละเอียดเจียงเอ่อร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ แล้วย่อตัวลงพิจารณาเหรียญตราบนพื้น“เธอไม่จำเป็นต้องระแวงขนาดนั้น” หลินชีเยี่ยเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ถ้าพวกเราเป็นสาวก เธอคงไม่มีโอกาสได้ลืมตาขึ้นมาแล้ว ถึงแม้เธอจะเป็นเพียงสนามแม่เหล็ก พวกเราก็จะหาทางกำจัดเธอได้อยู่ดี”เจียงเอ่อร์เห็นชื่อที่สลักอยู่ใต้เหรียญตรา ก็ชะงักไปเล็กน้อยเธอเงยหน้าขึ้นมองหลินชีเยี่ย ริมฝีปากขยับเบาๆ พูดอะไรบางอย่างโดยไม่มีเสียงซ่า ซ่า ซ่า ซ่า…ที่มุมห้อง โทรทัศน์เครื่องเก่าที่สายขาดไปแล้วก็เปิดขึ้นมาอีกครั้ง เสียงคลื่นสัญญาณรบกวนดังก้องไปทั่ว[ซ่า ซ่า ซ่า… คุณ… คือหลินชีเยี่ย?]เสียงคลื่นสัญญาณรบกวนค่อยๆ จางหายไป เสียงของเด็กสาวดังออกมาจากลำโพงโทรทัศน์เสียงของเธอฟังดูผิดเพี้ยนไปบ้างเพราะอุปกรณ์เก่าที่สึกหรอ แต่ก็ยังสามารถ