เมื่อได้ยินประโยคนั้น ทุกคนต่างตะลึงงัน จากนั้นก็หันไปมองโจวผิงด้วยสีหน้าแปลกๆโจวผิงพูดจบแล้วถึงรู้ตัวว่าเพิ่งพูดอะไรออกไป เขาจึงปิดปากเงียบ แล้วหันหน้าไปทางอื่น นิ้วเท้าในรองเท้าผ้าใบเกาพื้นรองเท้าอย่างควบคุมไม่ได้……“ไม่นึกเลยนะ ท่านปรมาจารย์กระบี่ยังพูดคำคมเท่ๆ แบบนี้ได้ด้วย……” ไป๋หลี่พั่งพั่งยิ้มกว้าง “แถมฟังดูแล้วยังเจ๋งกว่าของผมอีกตั้งเยอะ”“ท่านปรมาจารย์กระบี่ คุณคิดขึ้นมาได้ยังไงครับ?” หลินชีเยี่ยถามอย่างสงสัยมุมปากของโจวผิงกระตุกเล็กน้อย “อ่านนิยายมาเยอะ… ก็เลยพูดเป็นเอง”หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ทำหน้าเหมือนเพิ่งเข้าใจ“ผมสงสัยจังเลย” ไป๋หลี่พั่งพั่งกะพริบตา “ท่านปรมาจารย์กระบี่ ก่อนหน้านี้คุณคงเคยพูดคำคมแบบนี้มาไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ? มีคำไหนที่เท่ๆ เป็นพิเศษบ้างไหม พวกเราอยากฟังบ้าง”โจวผิงจ้องมองก้อนเมฆสีขาวนอกหน้าต่างอย่างตั้งใจ ราวกับไม่ได้ยินคำพูดของไป๋หลี่พั่งพั่งเลย เขาเพียงแต่ขยับตัวเข้าไปชิดผนังห้องโดยสารเงียบๆเฉาเยวียนโน้มตัวไปกระซิบข้างหูไป๋หลี่พั่งพั่ง “นายอย่าแหย่เขาเลย ฉันกลัวว่าถ้านายพูดต่อไป เขาจะกระโดดหนีออกจากเครื่องบินเอา……”ไป๋หลี่พั่งพั่งกระแอมเบาๆ แล้วปิดปากภายในห้องโดยสารกลับมาเงียบอีกครั้งหลินชีเยี่ยค่อยๆ หลับตาลง แล้วดำดิ่งจิตสำนึกเข้าไปในโรงพยาบาลจิตเวชแห่งเทพเจ้าในห้วงจิตหลินชีเยี่ยสวมเสื้อกาวน์สีขาว มือล้วงกระเป๋า เดินอยู่ในสวน“อรุณสวัสดิ์ขอรับ ท่านผู้อำ