้วค่อยพูดคุยกัน”เจียงหลิวยืนนิ่งอยู่กับที่ ดูเหมือนกำลังย่อยข้อมูลในคำพูดของหลินชีเยี่ย ไป๋หลี่พั่งพั่งถือดาบตรงเล่มหนึ่ง เดินมาพร้อมรอยยิ้ม“มานี่ พี่น้อง ทั้งหมดนี้เป็นความเข้าใจผิด ไม่ต้องตื่นตระหนกขนาดนั้น พวกเราไม่ใช่คนเลวนะ!” ไป๋หลี่พั่งพั่งเก็บเข็มเงินกลับเข้าไปในเหรียญตรา แล้วยัดกลับคืนใส่มือของเจียงหลิว จากนั้นก็คว้าดาบตรงอีกเล่มหนึ่ง หันหน้าไปทางสมาชิกหน่วยที่นอนอยู่บนพื้น “เอาล่ะ ผมจะเรียกชื่อ พี่น้องคนไหนที่ถูกเรียกชื่อให้ยกมือขึ้นนะ ผมจะคืนดาบให้พวกคุณ”“นี่ นี่……นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?” เจียงหลิวหันไปมองหลินชีเยี่ย “พวกคุณเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงทำเรื่องทั้งหมดนี้?”ใต้หน้ากาก หลินชีเยี่ยยิ้มโดยไม่พูดอะไร…หลังโรงงาน“มา มา มา ท่านปรมาจารย์กระบี่ ไอดอลของผม ผมขอดื่มอวยพรท่านอีกแก้ว!”ที่โต๊ะกลมเล็กๆ หวงหยวนเต๋อที่ยังมียาพอกอยู่บนใบหน้า ยกแก้วน้ำร้อนในมือขึ้นชนกับแก้วของโจวผิง ดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชมระคนตื่นเต้น พูดอย่างร่าเริงว่า “ถ้ารู้แต่แรกว่าท่านคือปรมาจารย์กระบี่ ผมต้องพาสมาชิกหน่วยมาเยี่ยมท่านถึงบ้านแน่นอน จะปล่อยให้ท่านต้องลำบากแบบนี้ได้ยังไง……”เมื่อเห็นชายวัยกลางคนอายุเกือบสี่สิบเรียกตัวเองว่า ‘ท่าน’ โจวผิงก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เขาฝืนยิ้มแล้วจิบน้ำร้อนจากแก้วเล็กน้อย“เพราะเหตุผลบางอย่าง ก่อนเริ่มการฝึก ผมไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้” โจวผิงกล่าวหวงหยวนเต๋อครุ่นคิด “งั้น