ลำดับเจ็ดขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นชา “สมแล้วที่เป็นลำดับหนึ่ง ท่าทางยโสโอหังจริงๆ”“แล้วภารกิจของเราครั้งนี้คืออะไรกันแน่?” ลำดับเก้าเปลี่ยนหัวข้อสนทนา แล้วพูดต่อ “การระดมสาวกถึงห้าคนในคราวเดียว นับว่าหาได้ยากมาก”“งั้นเหรอ? ฉันจำได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ยังมีปฏิบัติการที่ใหญ่กว่านี้อีกนะ” ลำดับเจ็ดเอ่ยอย่างเนิบนาบ สายตาเหลือบมองเสิ่นชิงจู่อย่างมีนัยยะ “สาวกเจ็ดคนบุกโจมตีศูนย์ไจเจี้ย ในนั้นมีสาวกหกคนที่อยู่ในลำดับต้นๆ ตายหมดเหลือแค่เด็กใหม่คนเดียวที่รอดกลับมา……พวกนายไม่รู้สึกแปลกใจบ้างหรือ?”เสิ่นชิงจู่สบตากับลำดับเจ็ด สีหน้าหม่นลง“เธอหมายความว่ายังไง?” ลำดับเก้าเอ่ยเสียงเย็น “เธอกำลังสงสัยท่านพร่ำรำพันเหรอ?”“ไม่ ฉันไม่กล้าสงสัยท่านพร่ำรำพันหรอก” ลำดับเจ็ดส่ายหน้า “ฉันแค่รู้สึกแปลกใจเท่านั้น ตั้งแต่เด็กคนนี้เข้าร่วมกับเรา สมาชิกสาวกที่เราสูญเสียไปในหนึ่งปี มากกว่ายี่สิบปีที่ผ่านมารวมกันซะอีก บางทีเจ้าหนูนี่อาจจะเป็นดาวหายนะก็ได้ ใครเข้าใกล้เขา คนนั้นก็ต้องตาย”“งั้นเหรอ? แล้วทำไมฉันยังมีชีวิตอยู่ล่ะ?” ลำดับเก้าเดินมาหยุดตรงหน้าลำดับเจ็ด ดวงตาเย็นเยียบ ก่อนจะพูดอย่างดุดัน “คุณสุภาพสตรี ถ้าเธอยังกล้าพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้อีก เชื่อไหมว่าฉันจะฉีกปากเธอก่อน?”“แกน่ะเหรอ?”“พอได้แล้ว!” เสียงของลำดับสามดังขึ้นทันใด บรรยากาศทั้งห้องพลันอึมครึมขึ้นเขาเดินมาขั้นกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย เ