ปลือกตาที่หย่อนคล้อยเปิดขึ้นเล็กน้อย “ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่พวกนายจะมาทะเลาะกันเอง ถ้าอยากต่อยกัน รอให้ภารกิจเสร็จก่อนแล้วค่อยต่อยกันตามใจชอบ ตอนนี้แค่ทำงานให้ฉันเงียบๆก็พอ!”ลำดับเก้าและลำดับเจ็ดเงียบลงพร้อมกัน“ตามฉันมา” ลำดับสามหันหลัง เดินไปยังมุมห้องที่มีบันไดทรุดโทรมนำลงสู่ใต้ดินลำดับเจ็ดและลำดับเก้าตามไปติดๆเสิ่นชิงจู่หรี่ตามองแผ่นหลังของลำดับเจ็ดอยู่นาน ก่อนจะก้าวเท้าตามหลังทุกคนลงบันไดไปจากจำนวนขั้นบันได ทุกคนลงไปลึกอย่างน้อยสามชั้นใต้ดิน สองข้างบันไดว่างเปล่าและมืดสนิท มีเพียงเสียงรองเท้าส้นสูงของลำดับเจ็ดที่ก้องกังวาน นี่น่าจะเป็นพื้นที่ใต้ดินขนาดใหญ่เมื่อทุกคนเดินมาถึงปลายบันได ลำดับสามก็โบกมือเบาๆ แสงไฟสลัวก็สว่างขึ้นจากความมืด ส่องสว่างมุมหนึ่งของใต้ดินเสิ่นชิงจู่เห็นภาพตรงหน้าแล้วชะงักงันภายใต้แสงสลัว เงาของแท่นบูชาขนาดมหึมาสีเทาดำปรากฏขึ้น แท่นบูชานี้มีขนาดประมาณสนามฟุตบอล นอนนิ่งอยู่กลางห้องใต้ดิน พื้นผิวเต็มไปด้วยรอยแตก ราวกับเป็นงานศิลปะที่ถูกทุบแตกแล้วประกอบใหม่ที่มุมบนขวาของแท่นบูชา มีอิฐและหินหายไปจำนวนมาก แต่ตอนนี้ถูกเติมเต็มด้วยวัตถุสีน้ำตาลเหลืองที่ไม่รู้ว่าคืออะไร ดูน่าขนลุกอย่างบอกไม่ถูก“นี่มัน……” ลำดับเก้าเห็นแท่นบูชาตรงหน้าแล้ว ดวงตาฉายแววตกตะลึง“แท่นบูชาเทพเจ้าแห่งยมโลก” ลำดับสามเอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ “นี่คือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากในหมอก หลังจากซ่อมแซมแล้วก