นั่นไม่ใช่เรื่องที่พวกนายควรสนใจ” ลำดับสามไม่มีท่าทีจะตอบคำถามนี้เสิ่นชิงจู่ไม่ได้คำตอบสองคำถามติดกัน จึงขมวดคิ้วแน่นขึ้น ขณะที่คนอื่นๆ กระจายตัวออกไปสำรวจแท่นบูชาเขาก็ก้าวเท้าออกไปสังเกตรอบๆ แท่นบูชาเช่นกันจากนั้น เขาเหมือนจะพบบางอย่าง ค่อยๆ ย่อตัวลง ใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ บนพื้น‘ดิน?’เสิ่นชิงจู่มองเศษดินที่ปลายนิ้ว ตกตะลึงเล็กน้อย เงยหน้ามองรอบๆ จึงพบว่าบนพื้นโดยรอบมีเศษดินกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป เพียงแต่ภายใต้แสงไฟสลัว มันไม่ค่อยเด่นชัดเท่านั้นเองที่นี่น่าจะเป็นห้องใต้ดินที่มีอยู่แล้วในคฤหาสน์ พื้นทั้งหมดควรจะปูด้วยกระเบื้อง แล้วดินมากมายขนาดนี้มาจากไหน?เสิ่นชิงจู่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วเริ่มเดินไปทางมุมมืดไฟในห้องใต้ดินนี้เสียหายไปมากเพราะไม่ได้ซ่อมบำรุงมานาน ทั้งพื้นที่ใต้ดินมีเพียงแสงไฟริบหรี่ที่ส่องอยู่บริเวรมุมต่างๆ พื้นที่ส่วนใหญ่จมอยู่ในความมืด เสิ่นชิงจู่ขยี้ปลายนิ้วเบาๆ เปลวไฟเล็กๆ ปรากฏขึ้นในฝ่ามือของเขา ส่องสว่างพื้นที่มืดมิด รอบตัวเขาเดินไปตามทิศทางหนึ่งเรื่อยๆ ไม่นานก็มาถึงขอบของห้องใต้ดิน สัมผัสกับผนังที่เต็มไปด้วยฝุ่นและใยแมงมุม“มีลม?” เสิ่นชิงจู่สังเกตเห็นทิศทางการเต้นของเปลวไฟในมือเปลี่ยนไป ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยหลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง เขาก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามทิศทางการไหลของอากาศ……ในที่สุด เขาก็มาถึงหน้าผนังอีกด้านหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามกับเขา ผนังด้านนี้