ท่ามกลางความพร่ามัว หลินชีเยี่ยค่อยๆ ลืมตาขึ้นคลื่นพลังกระบี่ที่หลงเหลืออยู่ในสมองยังคงกระแทกจิตใจของเขา ทำให้รู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง รู้สึกเวียนหัวเหลือเกิน ราวกับเพิ่งดื่มสุราปลอมเข้าไปหลินชีเยี่ยก้มมอง ไม่รู้ว่าผ้าห่มที่ถูกพับอย่างเป็นระเบียบคลุมร่างของเขาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ รองเท้าแตะข้างเตียงหันปลายเท้าออกด้านนอก วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ บนโต๊ะเล็กข้างหัวเตียงยังมีกระติกน้ำร้อนวางอยู่ เมื่อเปิดฝาออก ไอร้อนก็ค่อยๆ ลอยขึ้นมาดวงตาของเขาฉายแววสงสัยเมื่อวานคลื่นพลังกระบี่ยังโหมกระหน่ำไม่ทันจบ เขาก็หมดสติไปเลย ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น และตัวเองกลับมาที่ห้องได้อย่างไร……เขาเหม่อมองท้องฟ้านอกหน้าต่างครู่หนึ่ง จากนั้นจึงก้าวลงจากเตียงเดินไปยังลานฝึกเป็นไปตามคาด โจวผิงที่ขยันขันแข็งได้เริ่มงานทำความสะอาดประจำวันของเขาแล้ว ในลานโล่งกว้าง นอกจากเขาแล้วก็มีเพียงเจียหลานที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เล็กๆ ข้างๆหลินชีเยี่ยมองนาฬิกาบนผนัง ตอนนี้เป็นเวลา 08.07 น.ตามปกติแล้วควรจะเป็นเวลาเข้าเรียน แต่โจวผิงดูเหมือนจะไม่มีทีท่าว่าจะปลุกพวกเขา“มาแล้วเหรอ?” โจวผิงเหลือบมองหลินชีเยี่ยที่อยู่ข้างๆ “วันนี้เลื่อนเวลาเรียนออกไป รอให้พวกนายตื่นกันหมดก่อน แล้วค่อยเริ่มเรียน”หลินชีเยี่ยพยักหน้า จากนั้นพลันนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามออกไปว่า “ท่านปรมาจารย์กระบี่ครับ หลังจากฝึก‘คลื