เธอไว้ มืออีกข้างกดลงบนอากาศว่างเปล่า พลางพึมพำ“วายุบ้าคลั่งพัดกระหน่ำบนทุ่งอย่างไร้สาเหตุ!”“เปลวไฟโหมกระหน่ำ เผาผลาญท้องนภาจนแดงฉาน!”ทันทีที่กล่าวบทกวีสองวรรคจบ ลมพายุก็ปะทุขึ้นโดยมีหลินชีเยี่ยเป็นจุดศูนย์กลาง ตามด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉานที่ผสานกับลม กวาดไปทั่วลานโล่งในพริบตาอาภรณ์ของเจียหลานปลิวสะบัดไปตามแรงลมในตอนนี้ ขาข้างหนึ่งของเธอยังถูกหลินชีเยี่ยจับไว้ในมือ เมื่อชายเสื้อปลิวขึ้น ชายกระโปรงฮั่นฝูก็เปิดออก เผยให้เห็นต้นขาขาวผ่อง รอบกายมีเปลวไฟและเถ้าถ่านลอยล่องอยู่ในอากาศ เรียกได้ว่าเป็นภาพที่งดงามชวนมองหลินชีเยี่ยที่กำลังจะโจมตีต่อ เห็นภาพนั้นแล้วพลันชะงักค้างอยู่กับที่ใบหน้าของเจียหลานแดงก่ำในทันที ดวงตาของเธอฉายแววอับอายและโกรธแค้น เธอสลัดตัวหลุดจากการจับกุมของหลินชีเยี่ย ก่อนจะถอยหลังไปหลายก้าว แล้วจ้องตาอีกฝ่ายอย่างดุดัน“เอ่อ……คือว่า……” หลินชีเยี่ยไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน จึงยืนงงอยู่กับที่ “ขอโทษนะ เจียหลาน ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันไม่ได้เห็นอะไรสีขาวเลย เอ๊ย ไม่ใช่ ฉันไม่ได้เห็นอะไรสักสี……”แก้มของเจียหลานแดงก่ำ เธอจ้องหน้าหลินชีเยี่ยพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มือที่กำทวนสีทองบีบแน่นขึ้นหลินชีเยี่ยรู้สึกได้อย่างฉับไวว่า……จิตสังหารกำลังพลุ่งพล่าน!เขากลืนน้ำลายอย่างหวาดหวั่น พลันรู้สึกว่าการฝึกวันนี้ อาจจะกลายเป็นการต่อสู้เอาเป็นเอาตายก็เป็นได้………หลายชั่วโมงต่อมาอันชิงอวี๋ที่เพิ่ง