ติดตั้งห้องทดลองเสร็จเดินออกมาจากห้อง เขาขยับคอที่แข็งเกร็งแล้วมองภาพในโกดัง ทั้งตัวชะงักอยู่กับที่“วาดกากบาทสิ นายต้องวาดกากบาทตรงนี้!” ไป๋หลี่พั่งพั่งสวมชุดเกราะหยกสีเขียว ทั่วร่างแผ่คลื่นพลังขั้นมหาสมุทรอันแข็งแกร่ง รอบตัวเขามีวัตถุต้องห้ามสิบสองชิ้นลอยอยู่ กดเฉาเยวียนที่คลุ้มคลั่งไว้แน่น“ฮิฮิฮิฮิฮิ……”เฉาเยวียนที่คลุ้มคลั่งมีจิตสังหารพลุ่งพล่าน พยายามสุดกำลังที่จะหลุดพ้นจากวัตถุต้องห้ามสองชิ้นที่พันธนาการเขาด้วยสีหน้าที่ยอมตายไม่ยอมจำนน“เหล่าเฉา ผมขอร้องล่ะ อย่าหัวเราะโง่ๆ แบบนั้นได้ไหม? ทั้งบ่ายแล้ว นายยังไม่ได้วาดกากบาทสักอันเลยนะ!”ไป๋หลี่พั่งพั่งเอ่ยด้วยความผิดหวัง “อาวุธของนาย ผมก็แย่งมาสิบกว่าครั้งแล้ว ทำไมยังไม่ยอมแพ้อีกล่ะ?”“ฮิฮิฮิฮิ……”ไป๋หลี่พั่งพั่ง “…”อันชิงอวี๋ดันแว่นแล้วเดินเข้าไปหาคนทั้งสอง พลางถามอย่างสงสัย “ทั้งบ่ายแล้ว ยังไม่ได้ผลเหรอ?”“ไม่ได้ผลเลย ผมเหนื่อยจนแทบขาดใจตายแล้ว” ไป๋หลี่พั่งพั่งเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก “หลังจากแปลงร่างแล้ว ไม่ว่าผมจะตะโกนยังไงก็ไม่มีปฏิกิริยา……”ดวงตาของอันชิงอวี๋เปล่งประกายสีเทา เขาย่อตัวลงพินิจลูกประคำเล็กๆ บนข้อมือของเฉาเยวียนที่คลุ้มคลั่ง ครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า“ลองใช้การปลดอาวุธกับสิ่งนี้ดูสิ”ไป๋หลี่พั่งพั่งชะงัก ภาพไท่จี๋แปดทิศขนาดใหญ่ปรากฏใต้เท้าเขา หยินหยางสลับที่ ลูกประคำสายนั้นก็ปล่อยแสงสีทองอ่อนออกมาทันที ปกคลุมร่างของเฉาเยวียนที่คล