“ถึงจะพูดว่าเป็นการฝึกภาคปฏิบัติ แต่ดูเหมือนเขาจะแค่ทรมานพวกเราเฉยๆ พอทรมานเสร็จก็ไม่พูดอะไรสักคำแม้แต่คำแนะนำก็ไม่มี……” เฉาเยวียนส่ายหัว “ฉันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่”ไป๋หลี่พั่งพั่งพยักหน้าเห็นด้วย “ผมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ดูเหมือนวงจรความคิดของท่านปรมาจารย์กระบี่จะไม่เหมือนคนปกติเท่าไหร่”“มีคนปกติคนไหนบ้างที่กลายเป็นปรมาจารย์กระบี่แล้วยังไปเป็นพนักงานร้านอาหารอีก?”“แถมฉันรู้สึกว่าเขาดูเหมือนจะไม่ค่อยเต็มใจคุยกับพวกเราด้วย”“ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”“หรือว่าเขาจะเป็นโรคกลัวสังคม?” ไป๋หลี่พั่งพั่งพูดด้วยสีหน้าประหลาดเฉาเยวียนชำเลืองมองอีกฝ่าย “เขาเป็นยอดมนุษย์ การเย็นชาสักหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ จะเป็นไปได้ยังไงที่จะกลัวสังคม?”“อีกอย่าง มีคนกลัวสังคมคนไหนบ้างที่ชอบให้คนเรียกว่าปรมาจารย์กระบี่” เฉาเยวียนเสริม “ชื่อเรียกจูนิเบียวแบบนี้ ไม่น่าจะเป็นชื่อที่คนกลัวสังคมจะตั้งได้”“แต่เขาก็เป็นปรมาจารย์กระบี่จริงๆ นี่นา” ไป๋หลี่พั่งพั่งถอนหายใจ “พูดถึงเรื่องนี้ การที่มีปรมาจารย์กระบี่อยู่ในยุคนี้ก็เกินความคาดหมายของผมแล้ว คนแบบนี้ไม่ใช่ว่าปกติจะปรากฏในยุคโบราณหรือโลกแฟนตาซีหรอกเหรอ? ยากที่จะจินตนาการว่าในเมืองสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า จะมีปรมาจารย์กระบี่ที่สวมเสื้อเชิ้ตใส่รองเท้าผ้าใบเดินออกมาจากร้านอาหารพื้นเมือง พอชักกระบี่ออกมา เทพเจ้าก็ต้องก้มหัวให้……ภาพแบบนั้นมันไม่แปลกเหรอ? ส่วนเรื่