องเซียนกระบี่ยิ่งไม่กล้าคิดเลย”“เซียนคีย์บอร์ดเดินกันกลาดเกลื่อน เซียนกระบี่จะหาที่ไหนได้?” อันชิงอวี๋พูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน“ไม่ว่าจะยังไง ท่านปรมาจารย์กระบี่ก็เป็นสุดยอดมนุษย์จริงๆ แม้ว่านิสัยจะดูเดาใจยากไปหน่อย แต่ฝีมือก็เป็นของจริง” หลินชีเยี่ยพูดช้าๆ “ในเมื่อผู้บัญชาการเยี่ยลงทุนมากขนาดนี้เพื่อพาเขามา ก็น่าจะมีเหตุผล พวกเราต้องได้อะไรจากเขาบ้างแหละ”คนอื่นๆ พากันพยักหน้าหลินชีเยี่ยมองดูท้องฟ้าแล้วพูดกับทุกคน “วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ ทุกคนกลับไปพักผ่อนให้ดี ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พรุ่งนี้ก็คงจะโดนทรมานอีก……”…วันต่อมาหลินชีเยี่ยถูกนาฬิกาปลุกให้ตื่น รีบลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็เดินไปยังลานโล่งกลางโกดังจากบทเรียนเมื่อวาน หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ได้ปรึกษากันเมื่อคืนและตั้งนาฬิกาปลุกให้เร็วขึ้น อย่างน้อยก็ไม่ควรให้ยอดมนุษย์ต้องรอสอนพวกเขาทุกวันแต่เมื่อหลินชีเยี่ยเดินมาถึงลานโล่ง เขาก็พบว่าตัวเองยังคงคิดง่ายเกินไปโจวผิงยืนอยู่กลางลานโล่งของโกดังตั้งแต่เช้าตรู่ ในมือถือไม้ปัดขนไก่ที่ไม่รู้ว่าได้มาจากไหน เขากำลังตั้งใจทำความสะอาดฝุ่นตามมุมต่างๆ แม้จะมีรอยคล้ำใต้ตา แต่ก็ยังดูกระปรี้กระเปร่ามาก“……อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านปรมาจารย์กระบี่” หลินชีเยี่ยดูเวลาแล้วยืนยันว่าตอนนี้ยังเป็นเวลาหกโมงเช้า ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเต็มดวง มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อยโจวผิงพยักหน้าและส่งเส