ไปมองหลินชีเยี่ยที่อยู่ข้างๆ แล้วพูดอย่างจริงจัง “ระวังตัวด้วย”“อืม” หลินชีเยี่ยพยักหน้า ลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินไปกลางลานโล่งสิบนาทีต่อมาหลินชีเยี่ยนอนหงายอยู่บนพื้นด้วยใบหน้าช้ำบวม มองเพดานด้านบนพลางจมอยู่ในภวังค์ความคิด……พลังของทั้งสองฝ่ายไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลยเขาไม่มีพลังป้องกันที่ผิดปกติเหมือนเจียหลาน เมื่อเจอกับยอดมนุษย์ ย่อมไม่มีทางพลิกสถานการณ์ได้หลินชีเยี่ยใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ นอกจากไม่ได้ใช้การรองรับจิตวิญญาณแล้ว ผนึกต้องห้ามอื่นๆ ก็ใช้ไปเกือบหมด แต่ไม่ว่าเขาจะโจมตีอย่างไร โจวผิงก็สามารถทำลายการโจมตีทั้งหมดได้ด้วยกระบี่เพียงเล่มเดียว ครั้งนี้เขาได้สัมผัสถึงความแตกต่างของระดับพลังอย่างแท้จริงเขาสบตากับเฉาเยวียนและไป๋หลี่พั่งพั่ง ทุกคนต่างเห็นความขมขื่นในดวงตาของกันและกันในบรรดาพวกเขาทั้งห้าคน มีเพียงเจียหลานที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนอีกสี่คนถูกซ้อมจนแทบจะหมดสภาพ แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้“การฝึกวันนี้พอแค่นี้ก่อน พวกนายกลับไปพักผ่อนได้” โจวผิงทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น โดยไม่สนใจปฏิกิริยาของคนอื่นๆ แล้วเดินกลับเข้าบ้านไปดังนั้น พวกหลินชีเยี่ยจึงได้แต่มองหน้ากัน แล้วช่วยกันพยุงร่างกลับห้องอย่างยากลำบาก…คืนนั้นแสงจันทร์ส่องสว่าง ดวงดาวประปรายห้าคนนั่งอยู่บนพื้นปูนด้านนอกโกดัง ล้อมรอบกองไฟที่ลุกโชน ต่างก็เงียบกริบไม่พูดจานอกจากเจียหลานแล้ว อีกสี่คนถูกพันด้วยผ้าพันแผลจ