ความจริงจังเขาดูเหมือนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เงยหน้ามองหลินชีเยี่ยและเฉาเยวียน รอยคล้ำใต้ตาคู่นั้นเด่นชัดราวกับตาหมีแพนด้าเขาเม้มปาก ดวงตาฉายแววลังเล หลังจากผ่านไปนาน เขาจึงค่อยๆ เอ่ยทักทาย“อ่า……สวัสดี”…ห้านาทีต่อมาณ ลานกว้างหลินชีเยี่ย ไป๋หลี่พั่งพั่ง เฉาเยวียน เจียหลาน อันชิงอวี๋ ทั้งห้าคนยืนเรียงแถว สีหน้าแปลกๆ พินิจมองชายหนุ่มที่ดูธรรมดาตรงหน้า“ชีเยี่ย เขาคงไม่ใช่……” ไป๋หลี่พั่งพั่งสะกิดหลินชีเยี่ยที่อยู่ข้างๆ ดวงตาฉายแววสงสัยหลินชีเยี่ยพยักหน้าเงียบๆ“ดูไม่เหมือนเลยนะ” ไป๋หลี่พั่งพั่งพึมพำกับตัวเองชายหนุ่มคนนั้นสวมเสื้อเชิ้ตสีดำ แขนเสื้อพับขึ้นเรียบร้อย บนมือยังมีหยดน้ำเหลืออยู่ เขาก้มหน้าโดยไม่รู้ตัวเปลือกตาหลุบต่ำ ไม่มีบุคลิกอะไรเลยสักนิด ดูไม่เหมือนคนของหน่วยพิทักษ์ราตรี แต่กลับเหมือนพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารมากกว่า“เอ่อ… ขอถามหน่อยว่าคุณคือ……” หลินชีเยี่ยเอ่ยปากถามอย่างระแวดระวัง“ฉันเป็นคนที่เยี่ยฟ่านส่งมา รับผิดชอบสอนการศึกษาทั่วไปให้พวกนาย ที่จริงควรมาถึงเร็วกว่านี้ แต่รถตู้มือสองที่นั่งมาเสียกลางทางเมื่อคืน”“ฉันชื่อโจวผิง” ชายหนุ่มเสริม “ผิงที่แปลว่าธรรมดา”โจวผิง?หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ สบตากัน ต่างเห็นความงุนงงในดวงตาของกันและกัน‘ชื่อนี้… ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย’“เอ่อ สวัสดีครับอาจารย์โจว!” ไป๋หลี่พั่งพั่งทักทายอย่างว่าง่ายเป็นคนแรก กำลังจะพูดอะไรต่อ ร่างของโจวผิงก็สะดุ้งขึ