้น แต่เทียบกับค่ายฝึกอบรมไม่ได้เลย” ไป๋หลี่พั่งพั่งวิจารณ์จั่วชิงมองพวกเขาแวบหนึ่ง “พวกนายคิดมากไปแล้ว กำลังทหารพวกนั้นไม่ได้มาปกป้องพวกนายหรอก แต่มาคอยกันไม่ให้พวกนายแอบหนีออกไปต่างหาก”เฉาเยวียน “…”“ก่อนที่การอบรมจะเสร็จสิ้น และได้รับอนุญาตจากเบื้องบน พวกนายห้ามออกไปจากที่นี่เด็ดขาด” จั่วชิงเห็นพวกเด็กๆ ขนกระเป๋าลงจากรถแล้ว จึงกลับขึ้นไปบนรถ แล้วสตาร์ทเครื่องยนต์“ตั้งใจเรียนให้ดีนะ อย่าทำให้เยี่ยฟ่านผิดหวังในตัวพวกนาย กว่าจะเชิญอาจารย์คนนี้มาสอนได้ เขาต้องลงทุนลงแรงไปไม่น้อย……”พวกหลินชีเยี่ยมองหน้ากัน “อาจารย์ของพวกเราคือใครครับ?”“คืนนี้ พวกนายก็จะรู้เอง” จั่วชิงโบกมือลา แล้วขับรถออกไปทันทีมองตามรถตู้หกล้อที่กำลังแกว่งไกวจากไป พวกเขาวางกระเป๋าในมือลง เงยหน้ามองที่พักอาศัยที่ดูเหมือนโกดังสภาพทรุดโทรม แล้วถอนหายใจอย่างจนปัญญา“เอาล่ะ เข้าไปดูข้างในกันก่อนเถอะ”…คืนนั้นแสงจันทร์สว่างไสว ดวงดาวพร่างพราวชายหนุ่มคนหนึ่งสวมเสื้อเชิ้ต สะพายกล่องกระบี่สีดำที่หลัง เดินมาหยุดอยู่หน้าโกดังแห่งนี้ ก่อนจะเงยหน้ามอง“ที่เยี่ยฟ่านบอกก็คือที่นี่สินะ……” เขาถอนหายใจ ก้มมองปลายเท้าตัวเอง พลางพึมพำ “ยุ่งยากซะจริง อยากกลับบ้านจัง……”