กำลังแอบหัวเราะเยาะผมอยู่ใช่ไหม รู้ดีว่าผมยังไม่มีความสามารถพอที่จะปกป้องเธอ แต่กลับให้พวกเราได้พบกัน……”มอลลี่ละสายตาจากนอกหน้าต่าง หยิบกระจกเงาออกมาจากกระเป๋า พินิจพิเคราะห์ตัวเองในกระจกอย่างละเอียดการแต่งหน้าของเธอดูบางเบา แต่กลับวาดเส้นสายของใบหน้าอันงดงามได้อย่างสมบูรณ์แบบ มอลลี่เองก็ไม่คาดคิดว่าหลังจากแต่งหน้าเสร็จ ตัวเองจะสวยได้ขนาดนี้เธอไม่เคยแต่งหน้ามาก่อน เครื่องสำอางวันนี้เป็นการแอบขอร้องให้เจิงเจิงช่วยแต่งให้ส่วนเสื้อผ้าของเธอ เป็นชุดที่เจี่ยงหานช่วยเลือกให้ทั้งคืนหลังจากที่เธอแน่ใจว่าการแต่งหน้าไม่มีปัญหา ก็เก็บกระจกกลับเข้ากระเป๋า แล้วหันไปมองนอกหน้าต่าง ราวกับมีเงาร่างหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วมอลลี่กะพริบตาแล้วเปิดหน้าต่างออกเล็กน้อย นอกจากรถที่สัญจรไปมาแล้ว ก็ไม่มีเงาร่างอื่นใดอีกมอลลี่ส่ายหน้าแล้วพิงศีรษะกับหน้าต่าง ก่อนจะหลับตาลง ที่นี่ห่างจากป้ายรถเมล์ของไป๋หลี่กรุ๊ปอีกประมาณสี่สิบกว่านาที เพียงพอให้เธอได้พักผ่อนสักครู่สิ่งที่เธอไม่ทันสังเกตคือ มีร่างหนึ่งนั่งอยู่ที่เบาะแถวหลังสุดด้านหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้“สวรรค์เอ๋ย……ขออย่าได้บอกเธอเลยว่า ในคืนเงียบสงัดมากมาย มีคนหนึ่งกำลังคิดถึงเธอ……”ร่างนั้นนั่งเงียบๆ อยู่หลังมอลลี่ จ้องมองเงาหลังของเธอ ดวงตาฉายแววอ่อนโยนหลังจากลังเลครู่หนึ่ง ปลายนิ้วของเขาก็วาดภาพไท้เก๊กขนาดจิ๋ว จากนั้นเครื่องรางไม้จันทน์ก็ลอยออกมาจากกระเ