นั่นเป็นเพราะความเร็วในการรุดหน้าของเมิ่งฝานมันช่างสะท้านขวัญผู้คน ใครก็ตามที่จับตาดูอยู่ย่อมมิอาจรักษาความสงบนิ่งเอาไว้ได้
“โชคดีน่ะขอรับ เลยก้าวข้ามมาได้อีกนิดหน่อย” เมิ่งฝานตอบอย่างถ่อมตนพลางยิ้มบาง
ศิษย์พี่จินจ้องมองเมิ่งฝานนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ราวกับหมดคำจะเอ่ยกับศิษย์ผู้น้องคนนี้
โชคดีงั้นรึ?
ยามที่เขาได้พบเมิ่งฝานครั้งแรก เด็กหนุ่มผู้นี้เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตวรยุทธ์แท้จริงได้เพียงไม่นาน
ทว่าเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน เขากลับทะลวงเข้าสู่ระดับเทียนหยวนได้อย่างน่าอัศจรรย์
ความเร็วในการรุดหน้าเช่นนี้ ต่อให้เป็นอัจฉริยะที่มีรากปราณระดับสุดยอดก็ยังต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
ยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์พี่จินย่อมรู้ดีว่ารากปราณของเมิ่งฝานนั้นอยู่ในระดับขยะที่ผู้คนต่างเหยียดหยาม
แต่ในฐานะผู้ผ่านโลกมามาก เขาย่อมเข้าใจดีว่าทุกคนต่างมีความลับของตนเอง และเขาก็ฉลาดพอที่จะไม่ขุดคุ้ยหาความจริงให้ขุ่นเคืองใจ
ศิษย์พี่จินหันมาสบตาเมิ่งฝานพลางกำชับเสียงหนัก “นับแต่นี้ไป หากมีเรื่องราวอันใดเกี่ยวกับผู้อาวุโสหวัง จงอย่ามาเอ่ยถามข้าภายในหอคัมภีร์อีก หากมีข่าวคราวสำคัญจริง ๆ ข้าจะลอบไปบอกเจ้าที่หอศาสตราเอง”