นอกตึกหลัก วงเวทมนตร์เคลื่อนย้ายปรากฏขึ้น ร่างของทั้งสี่คนค่อยๆ ปรากฏออกมา“ไม่สามารถใช้การโจมตีในรูปแบบพลังธาตุได้อีกแล้วสินะ……” หลินชีเยี่ยมองสะเก็ดไฟที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ทวนยาวสีทองที่มีพลังโจมตีสูงสุด ฝักกระบี่ที่สามารถดูดซับการโจมตีด้วยพลังธาตุ ทรายสีดำที่ไหลอย่างประหลาด ปราการที่แยกตัวออกจากโลกภายนอก รวมถึง [จั่นไป๋] ดูเหมือนว่าจากวัตถุต้องห้ามวิกฤตทั้งสิบสองชิ้น จะปรากฏออกมาแค่ห้าชิ้นเท่านั้น”ไป๋หลี่พั่งพั่งส่ายหน้า ยกนิ้วโป้งขึ้นมา บนนิ้วโป้งมีแหวนหยกสีเขียวที่กำลังเปล่งประกาย “[เกราะหยกมรกต] ที่อยู่บนตัวของไป๋หลี่จิ่งก็เป็นหนึ่งในวัตถุต้องห้ามวิกฤตเช่นกัน และยังมีกระบี่พลังจลน์ที่นายแย่งมาจากราศีสิงห์ในมือของนายด้วย รวมกันแล้วก็เป็นเจ็ดชิ้น”หลินชีเยี่ยชะงัก ก้มลงมองกระบี่พลังจลน์ในมือ “นี่ก็เป็นหนึ่งในวัตถุสะสมด้วยเหรอ?”“ถูกต้อง ราศีสิงห์เป็นผู้พิทักษ์ที่มีพลังจิตสูงที่สุดของตระกูลไป๋หลี่ การที่ไป๋หลี่ซินมอบวัตถุสะสมให้เขาหนึ่งชิ้นก็เป็นเรื่องปกติ” ไป๋หลี่พั่งพั่งพูดถึงตรงนี้ ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ “เมื่อกี้นายไม่ได้คืน [จั่นไป๋] ให้ไป๋หลี่ซินใช่ไหม? ถ้าเขาถือดาบเล่มนั้นอยู่ พวกเราก็จะเสียเปรียบนะ……”หลินชีเยี่ยเลิกคิ้วขึ้น ยื่นมือออกไปกำในอากาศวงเวทย์อัญเชิญปรากฏขึ้นในอากาศ ดาบยาวสีขาวพลันปรากฏในมือของหลินชีเยี่ย“ฉันไม่ได้โง่ขนาดนั้น ถึงแม้ว่าการใช้