หูชิงสือค่อย ๆ ก้าวเดินอย่างเงียบเชียบไปหยุดอยู่เบื้องหน้าเมิ่งฝาน ก่อนจะยื่นมือออกไปตบบ่าเจ้าหนุ่มเบา ๆ เพื่อเรียกสติ
เพียงชั่วพริบตาถัดมา เมิ่งฝานก็ลืมตาขึ้น
ในดวงตาคู่นั้น ราวกับมีกระแสพลังกระบี่นับหมื่นแสนกำลังไหลเวียน เจตจำนงกระบี่อันคมกล้านับร้อยนับพันสายพุ่งเข้าปะทะกันจนเกิดเป็นประกายเจิดจ้า
ผู้ใดก็ตามที่ได้สบประสานกับดวงตาคู่นี้ ย่อมต้องรู้สึกขวัญหนีดีฝ่อและตกตะลึงจนยากจะพรรณนา
นับว่ายังเป็นโชคดีของหูชิงสือ ที่ในยามตบบ่าเรียกนั้นเขามองเห็นเพียงกลุ่มผมสลวยของเมิ่งฝาน มิได้จ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้นโดยตรง
มิเช่นนั้นแล้ว เขาคงต้องยืนตัวแข็งค้างด้วยความตระหนกไปอีกนานแสนนาน!
ไอพลังกระบี่และเจตจำนงอันแกร่งกร้าวในแววตาของเมิ่งฝานค่อย ๆ เลือนหายไปอย่างช้า ๆ
ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความสับสนมึนงงเล็กน้อย
เมิ่งฝานขมวดคิ้วบาง ๆ พลางแหงนหน้าขึ้นมองหูชิงสืออยู่ครู่หนึ่ง
“เวลาของเจ้าหมดลงแล้ว” หูชิงสือเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าน้ำเสียงแฝงไปด้วยความยำเกรง
แววตาของเมิ่งฝานปรากฏร่องรอยแห่งความประหลาดใจอย่างชัดเจน
สิบวันสิบคืน… เหตุใดมันถึงผ่านไปรวดเร็วปานนี้